พญ. ชนิกา แก้วเกิดศิริ กุมารแพทย์
เขียนโดย
พญ. ชนิกา แก้วเกิดศิริ กุมารแพทย์

ลูกไม่ยอมนอน แก้ได้ตรงจุดด้วยการหาสาเหตุที่แท้จริง

การนอน สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อพัฒนาการที่ดีของลูก ทั้งทางร่างกาย สติปัญญา และอารมณ์
เผยแพร่ครั้งแรก 4 ก.ย. 2019 อัปเดตล่าสุด 29 ธ.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 5 นาที
ลูกไม่ยอมนอน แก้ได้ตรงจุดด้วยการหาสาเหตุที่แท้จริง

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • ทารกแรกเกิด และเด็กเล็กจะต้องการเวลานอนประมาณ 16-20 ชั่วโมง และจะไม่สัมพันธ์กับกลางวันกับกลางคืน แต่จะตื่นเมื่อหิวนม หรือนอนพอแล้วเท่านั้น
  • เด็กวัยรุ่นเป็นวัยที่จะเริ่มนอนดึกจนมีอาการง่วงนอนตอนกลางวัน เพราะเป็นวัยที่เริ่มมีสังคม มีกิจกรรมทำมากขึ้น จนเข้านอนช้ากว่าเดิม
  • ปัญหาการนอนหลับที่พบมากในเด็กทารก และเด็กเล็ก คือ การตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วร้องงอแงเพราะไม่เห็นพ่อแม่ หรือไม่มีขวดนมเข้าปากอย่างที่เคยได้รับมาทุกครั้งจนเคยชิน ซึ่งพ่อแม่จะต้องปรับพฤติกรรมการเลี้ยงลูกเสียใหม่
  • วิธีแก้ปัญหาเด็กไม่ยอมเข้านอนมีหลายวิธี เช่น จัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับนอนหลับที่ดี งดนมมื้อกลางคืนในเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป อย่าให้เด็กนอนกลางวันใกล้กับช่วงกลางคืนมากเกินไป และควรกำหนดเวลาเข้านอนที่สม่ำเสมอ และตรงเวลา
  • เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจแนะนำคุณแม่มือใหม่

การนอนหลับ จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และจำเป็นต่อการเรียนรู้รวมถึงความจำของเด็กเป็นอย่างมาก 

แต่หลายๆ ครั้ง ด้วยความซุกซน และอารมณ์สนุกสนานของเด็ก จึงทำให้พ่อแม่หลายคนเผชิญกับปัญหาลูกไม่ยอมนอน ซึ่งปัญหานี้ไม่ควรปล่อยให้เป็นเรื้อรัง เพราะปัญหาการนอนในเด็ก และวัยรุ่นจำนวนหนึ่งยังเป็นข้อบ่งชี้ถึงโรคทางจิตเวชแอบแฝงอยู่ด้วย 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปรึกษาเภสัช สั่งยา ฟรีค่าส่งทั่วประเทศ*

แชทกับเภสัชกรฟรี! 9 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน พร้อมรับส่วนลดค่ายา 5% HDmall ออกค่าส่งให้สูงสุด 40 บาท

Phrama incontentads

การนอนปกติในเด็กแต่ละวัย

เด็กแต่ละวัยมีลักษณะการนอนที่เป็นปกติแตกต่างกัน รวมถึงมีปัจจัยที่ทำให้หลับหรือตื่นแตกต่างกันไปด้วย ดังนี้

1. วัยทารกถึงเด็กเล็ก

ทารกแรกเกิดจะนอนวันละ 16-20 ชั่วโมง ตื่นมาแค่กินนม เวลาตื่นสัมพันธ์กับอาการหิว ไม่สัมพันธ์กับกลางวัน หรือกลางคืน ต่อมาเมื่ออายุ 1-3 เดือนจะนอนหลับลดลงเป็น 15-16 ชั่วโมง และสัมพันธ์กับกลางวัน หรือกลางคืนมากขึ้น 

จนเมื่ออายุได้ 6 เดือน เด็กจะเริ่มเปลี่ยนเป็นนอนกลางคืนได้ยาวต่อเนื่องนานถึง 6-9 ชั่วโมง และจะนอนกลางวัน 2-3 ครั้งต่อวัน จนกระทั่งหลังอายุ 9 เดือน เด็กส่วนมากจะนอนหลับได้ยาวตลอดทั้งคืน 

เด็กอายุ 6 เดือนถึง 3 ปีจะตื่นขึ้นในช่วงกลางคืน 3 -6 ครั้ง แต่จะสามารถหลับต่อได้ง่าย หากสภาพแวดล้อมเหมือนเดิมกับก่อนที่จะนอนหลับ 

เด็กในวัยนี้จะลดการนอนกลางวันลงเรื่อยๆ จนเหลือครั้งเดียวเมื่ออายุ 1 ปีครึ่ง และไม่ต้องนอนกลางวันอีกเมื่ออายุ 4-5 ปี

2. วัยเรียน  

เด็กวัยนี้โดยทั่วไปจะต้องการการนอนประมาณ 9-12 ชั่วโมง ซึ่งอาจแตกต่างกันตามกิจกรรมในชีวิตประจำวันของแต่ละคน ถ้ามีการนอนเพียงพอ ปกติจะสามารถนอนหลับได้ภายใน 15-30 นาที เมื่อตื่นก็สามารถปลุกตื่นได้ไม่ยาก 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปรึกษาเภสัช สั่งยา ฟรีค่าส่งทั่วประเทศ*

แชทกับเภสัชกรฟรี! 9 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน พร้อมรับส่วนลดค่ายา 5% HDmall ออกค่าส่งให้สูงสุด 40 บาท

Phrama incontentads

ผู้ปกครองสามารถสังเกตได้ว่า เด็กนอนพอ หรือไม่จากพฤติกรรมในระหว่างวัน โดยอาจถามจากคุณครู เช่น มีเผลอหลับตอนกลางวันในระหว่างเรียนหรือไม่ หรือมีอาการงัวเงียหาวบ่อยระหว่างวันบ่อยแค่ไหน

วัยรุ่น 

เด็กวัยรุ่นต้องการการนอนประมาณ 8-10 ชั่วโมง แต่ด้วยวัยที่มีความอยากรู้อยากลอง ต้องการมีสังคมกับเพื่อนๆ และมีกิจกรรม หรืองานอดิเรกในชีวิตมากขึ้น จึงทำให้เด็กวัยนี้มักนอนดึก และตื่นสาย ซึ่งเป็นภาวะปกติ 

ดังนั้นช่วงเวลาเปิดภาคเรียนซึ่งต้องตื่นมาเรียนแต่เช้า มักทำให้วัยรุ่นมีอาการนอนไม่พอ และกระทบต่อการเรียนได้ และจะมานอนชดเชยในวันหยุดแทน 

ปัญหาการนอนที่พบบ่อยในเด็กวัยทารก และก่อนวัยเรียน

ในวัยทารก และเด็กก่อนวัยเรียน ปัญหาการนอนที่พบบ่อยประมาณ 10-40% คือ เด็กไม่ยอมนอนเมื่อถึงเวลาเข้านอน หลับยาก ตื่นบ่อย ไม่สามารถหลับต่อได้เอง 

ปัญหานี้เกิดได้จากสาเหตุหลายประการ สัมพันธ์กับพัฒนาการทางสมอง จิตใจ และอารมณ์ รวมทั้งการเลี้ยงดู และการฝึกวินัยการนอนที่ดีให้แก่เด็ก

ปัญหาการนอนที่พบบ่อยในเด็กวัยทารก และก่อนวัยเรียนมี 2 รูปแบบ ดังนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปรึกษาเภสัช สั่งยา ฟรีค่าส่งทั่วประเทศ*

แชทกับเภสัชกรฟรี! 9 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน พร้อมรับส่วนลดค่ายา 5% HDmall ออกค่าส่งให้สูงสุด 40 บาท

Phrama incontentads

1. การตื่น และงอแงในช่วงกลางคืน

ปัญหาเด็กตื่น และงอแงในช่วงกลางคืน (Trained night crier) คือ เด็กจะมีอาการตื่นขึ้นกลางดึก หลายคนตื่นแล้วก็จะร้องไห้เรียกหาพ่อแม่ เพราะต้องการให้ อุ้ม ปลอบ หรือเล่นด้วย จนกว่าจะหลับ ไม่สามารถหลับเองได้ 

เด็กที่มีปัญหารูปแบบนี้มักคาดหวังว่า เมื่อตื่นมาจะเห็นพ่อแม่อยู่ด้วยเสมอ เขาจึงมีพ่อแม่เป็นเงื่อนไขทุกครั้งที่จะหลับต่อได้ ทำให้พ่อแม่ต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่ออุ้มเด็ก แล้วกล่อมจนหลับ หรือต้องตื่นมาเล่นด้วยจนเด็กง่วงแล้วหลับไป  

สาเหตุของปัญหาเด็กตื่น และงอแงในช่วงกลางคืน มักเกิดจากพ่อแม่มีพฤติกรรมชอบอุ้มเด็กเดินไปมาจนหลับ หรือชอบเล่นกับเด็กในช่วงเวลาที่เขาต้องนอน ไม่เคยกล่อมเด็กให้หลับในเวลานอนที่ตรงเวลาทุกๆ คืน รวมถึงไม่เคยปล่อยให้เด็กนอนหลับเองให้ได้

2. การตื่นเพราะหิวในช่วงกลางคืน

ปัญหาเด็กตื่นเพราะหิวในช่วงกลางคืน (Trained night feeder) คือ ปัญหาที่เกิดจากเด็กถูกฝึกให้คุ้นเคยกับการตื่นมากินนมตอนกลางคืน เนื่องจากพ่อแม่เคยตอบสนองการร้องของลูกทุกครั้งด้วยการให้นม ไม่ว่าจะหิวจริงหรือไม่ 

และเนื่องจากกังวลว่า เด็กจะหิว พ่อแม่จึงเอานมให้เด็กกินทุกครั้งที่ร้อง ซึ่งบางครั้งเด็กไม่ได้หิวจริง เพียงแต่เกิดจากปฏิกิริยาอัตโนมัติโดยปกติ ที่เมื่อได้ขวดนมใส่ปาก เด็กจะดูด และหยุดร้อง 

ปัญหารูปแบบนี้มักพบในทารก หรือเด็กที่พ่อแม่ให้นมจนลูกหลับคาเต้า คาขวดนม และทิ้งขวดนมไว้ในเปล จึงสร้างเงื่อนไขให้เด็กหลับพร้อมขวดนม แม้จะไม่ได้หิวก็ตาม  

นอกจากนี้ปัญหาเด็กตื่นเพราะหิวในช่วกลางคืนยังจะสร้างสุขนิสัยการนอนที่ไม่ดี และยังมีผลเสียกับสุขภาพฟันตามมาด้วย โดยมักจะเป็นอาการฟันผุจากการดูดขวดนม (Nursing bottle caries)

อย่างไรก็ตาม เมื่อเด็กโตขึ้น ความผิดปกติของการนอนจะเปลี่ยนไปจากวัยทารก เช่น มีอาการละเมอกลัวร้องตกใจ (Sleep terror) ละเมอเดิน (Sleep walking) ฝันร้าย (Nightmares) มีรายละเอียดดังนี้

  • ละเมอกลัวร้องตกใจ (Sleep terrors) พบเมื่ออายุ 3-8 ปี เป็นอาการตกใจกลัวรุนแรง กรีดร้องเสียงดัง หัวใจเต้นแรง เหงื่อแตก เป็นช่วงต้นๆ ของการนอนหลับ อาการรุนแรงช่วง 1-5 นาทีแรก หรือนานกว่านั้น

    จนกระทั่งเมื่อแล้วเริ่มผ่อนคลาย หรือหลับต่อได้ เด็กจะจำเหตุการณ์ไม่ได้ พ่อแม่จึงไม่ควรปลุกตื่นมาเนื่องจากเด็กจะตกใจ ควรตอบสนองให้น้อย ปลอบให้หลับต่อให้เร็ว อาจพบบ่อยช่วงที่มีความเครียด และอาการจะหายไปเองก่อนเข้าวัยรุ่น

  • ละเมอเดิน (Sleep walking) อาการคล้ายละเมอร้องไห้ตกใจ แต่เริ่มเมื่ออายุมากกว่า อาจพบในวัยเรียน มักพบปัสสาวะรดที่นอนร่วมด้วย เด็กจะตื่นแล้วลุกเดิน ลืมตาแต่ไม่รู้สึกตัว ต้องระวังการเกิดอุบัติเหตุตกบันได หรือเดินออกจากห้อง

  • ฝันร้าย (Nightmares) มักเริ่มตั้งแต่อายุ 3-6 ปีที่เริ่มมีจินตนาการ พบได้ไปจนถึงวัยรุ่น เรื่องที่ฝันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่จำเหตุการณ์ได้

    อาการฝันร้านมักเกิดในเวลาเช้ามืด ปัจจัยเรื่องการอดนอน หรือความกังวลทำให้ฝันร้ายบ่อยขึ้นได้ ควรแก้ไขโดยการงดดูภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาตื่นเต้น หรือน่ากลัวก่อนเข้านอน แก้ไขสาเหตุความเครียด และนอนให้เพียงพอตามวัย

อย่างไรก็ตาม หากลูกนอนแล้วร้องโวยวายมากหรือนาน ผิดปกติ ก็ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

เมื่อเข้าสู่วัยเรียน มักมีปัจจัยกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการนอนของเด็กมากขึ้น จึงพบปัญหาการนอนมาจากหลายสาเหตุ ทั้งความผิดปกติของการนอนเอง และโรคอื่นๆ เช่น 

  • ภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบนอุดกั้น ซึ่งอาจพบได้ตั้งแต่เล็กๆ  
  • โรคทางจิตเวชอื่นๆ เช่น โรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า เด็กสมาธิสั้น ซึ่งส่วนมากมักมีปัญหาการนอนร่วมด้วย 

เพื่อป้องกันสาเหตุซึ่งเกิดจากสุขภาพ เมื่อตั้งครรภ์ หญิงตั้งครรภ์ทุกคนจึงควรไปฝากครรภ์ และตรวจสุขภาพเพื่อให้แน่ใจว่า ลูกน้อยร่างกายแข็งแรงดี รวมถึงเมื่อคลอดลูกเรียบร้อยแล้ว ก็อย่าลืมพาเด็กไปตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอด้วย

แนวทางแก้ไขปัญหาลูกไม่ยอมนอน

พ่อแม่ควรสร้างสุขนิสัยการนอนที่ดี เพื่อแก้ปัญหาลูกไม่ยอมนอน โดยมีแนวทางดังนี้

  • สนับสนุนให้เด็กหลับบนเตียง ที่นอน หรือเปลของตัวเองขณะยังตื่นอยู่เสมอ เมื่อลูกเคลิ้มหลับ หรือเริ่มง่วงนอน ให้วางเด็กขณะยังไม่หลับสนิท ไม่อุ้มเดิน หรือให้นมจนหลับ เพราะจะสร้างเงื่อนไขการนอนที่ไม่ถูกต้องแก่เด็ก 
  • ควรงดนมมื้อกลางคืนให้เด็กหลังอายุได้ 6 เดือน
  • งดกิจกรรมที่เป็นการกระตุ้น หรือเล่นมากเกินไปก่อนเข้านอน เด็กจะสนุกเกินไป ให้เปลี่ยนเป็นกิจวัตรที่สบายๆ ผ่อนคลาย ในช่วง 20-30 นาทีก่อนเข้านอน เช่น ร้องเพลงกล่อมเบาๆ พูดคุยเบาๆ เล่านิทาน สวดมนต์ เป็นต้น
  • จัดสภาพแวดล้อมในห้องนอนให้เหมาะสมกับการนอนหลับ คือ สงบ มืด อุณหภูมิพอเหมาะ ไม่มีโทรทัศน์ หรือสิ่งเร้าอื่นๆ สำหรับทารกควรแยกเตียงนอนกับพ่อแม่ 
  • เมื่อเด็กตื่นกลางคืน ไม่ควรให้นมทันที ควรตรวจสภาพแวดล้อมอื่นๆ ก่อน เช่น ผ้าอ้อมเปียกชื้นหรือไม่ อากาศร้อน หรือเย็นเกินไปหรือไม่ จากนั้นเปลี่ยนผ้าอ้อมหรือปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม แล้วลองตบก้นกล่อมให้เด็กหลับก่อน 
  • หลีกเลี่ยงการให้เด็กนอนกลางวันที่ใกล้กับเวลานอนกลางคืนมากเกินไป หรือนอนกลางวันบ่อยเกินไป โดยอาจปรับเวลาจากนอนใกล้หัวค่ำ เป็นนอนช่วงบ่ายๆ แทน 
  • กำหนดเวลาเข้านอน และตื่นนอนให้ตรงเวลา และสม่ำเสมอมากที่สุด 

และอีกสิ่งสำคัญ คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอย่างใกล้ชิด และให้ความสำคัญกับการฝึกสุขลักษณะนิสัยการนอนที่ดีให้กับลูกอย่างเหมาะสมในทุกช่วงวัย 

หากสงสัยว่า ลูกมีความผิดปกติเกี่ยวกับการนอน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินและให้คำแนะนำอย่างเหมาะสมต่อไป

เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจแนะนำคุณแม่มือใหม่ จากคลินิกและโรงพยาบาลใกล้คุณ และไม่พลาดทุกอัปเดตเรื่องสุขภาพและโปรโมชั่นเมื่อกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


4 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
รศ. นพ. ศิริไชย หงษ์สงวนศรี Sleep Disturbances; Ambulatory Pediatrics 3 ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี 2553.
คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, การนอนในเด็ก (https://med.mahidol.ac.th/ramamental/generalknowledge/child/02212017-1525)
First step pediatrics PLLC, Night Criers and Feeders Need Special Treatment (https://www.fspediatrics.com/docs/night_criers_and-feeders-handout.pdf)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป