เอดส์ อาการเริ่มต้นเป็นอย่างไร?

รู้ความแตกต่างของ “ผู้ติดเชื้อ HIV” กับ “ผู้ป่วยเอดส์” เข้าใจวิธีสังเกตอาการเริ่มต้นของเอดส์ และตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจหาเชื้อหากมีพฤติกรรมเสี่ยง
เผยแพร่ครั้งแรก 30 ก.ย. 2019 อัปเดตล่าสุด 17 พ.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
เอดส์ อาการเริ่มต้นเป็นอย่างไร?

โรคเอดส์” เป็นโรคที่คุ้นหูมานานเกือบ 30-40 ปี คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า โรคเอดส์ คือโรคร้ายที่เป็นแล้วไม่มีทางรักษาได้ ผู้ป่วยจะเสียชีวิตอย่างทุกข์ทรมานทุกราย แต่ความจริงแล้ว การรู้เท่าทันอาการของโรคในวันที่สุขภาพยังแข็งแรง ผู้ป่วยจะสามารถดูแลตนเองและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขได้ใกล้เคียงกับคนทั่วไป

ผู้ติดเชื้อ HIV กับผู้ป่วยเอดส์ แตกต่างกัน

ในทางการแพทย์และการสาธารณสุข “ผู้ติดเชื้อเอชไอวี” มีความหมายแตกต่างจาก “ผู้ป่วยเอดส์” แม้ว่าผู้ป่วยทั้งสองแบบจะมีการติดเชื้อโรคชนิดเดียวกัน คือ เชื้อไวรัส Human Immunodeficiency Virus หรือ เรียกสั้นๆ ว่า เชื้อเอชไอวี (HIV)

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
สั่งยา ปรึกษาข้อมูลเบื้องต้น จากร้านยาใกล้บ้านคุณได้ง่ายๆ

เริ่มจากแชทกับเภสัชกรที่มีใบอนุญาตผ่านแอปของเรา ฟรี! บริการทุกวันตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถึง 3 ทุ่ม

Internalads square %281%29
  • “ผู้ติดเชื้อเอชไอวี” หมายถึง ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อไวรัสเอชไอวีเข้าสู่ร่างกาย และเชื้อดังกล่าวเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งทำหน้าที่กำจัดสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคอื่นๆ ที่เข้าสู่ร่างกาย ผู้ป่วยอาจไม่ปรากฏอาการผิดปกติใดๆ ผู้ป่วยบางรายตรวจพบว่ามีเชื้อเอชไอวีในร่างกายจากการตรวจคัดกรองสุขภาพด้วยเหตุผลอื่นๆ เช่น ตรวจเลือดก่อนรับการผ่าตัดอื่น ตรวจเลือดก่อนแต่งงาน ตรวจสุขภาพเพื่อเข้าทำงาน เป็นต้น
  • “ผู้ป่วยเอดส์” หมายถึง ผู้อยู่ในภาวะที่เซลล์เม็ดเลือดขาวจำนวนมากถูกทำลายด้วยเชื้อไวรัสเอชไอวี จนส่งผลให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดต่ำลง ทำให้เกิดการติดเชื้อโรคอื่นๆ แทรกได้ง่าย

ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มรับเชื้อไวรัสเอชไอวีไปจนถึงแสดงอาการของโรคเอดส์ของผู้ป่วยแต่ละคนแตกต่างกัน บางรายอาจแสดงอาการโรคเอดส์หลังการติดเชื้อไวรัสเอชไอวีนานถึง 10 ปี อาการเริ่มต้นของคนสองกลุ่มนี้จะมีความแตกต่างกัน และขึ้นอยู่กับระดับภูมิคุ้มกันของร่างกายและแบบแผนการใช้ชีวิต ว่ามีโอกาสได้รับเชื้อฉวยโอกาส (Opportunistic infections) มากเพียงใด แต่ไม่มีความแตกต่างกันของอาการแสดงระหว่างเพศชายกับเพศหญิง 

อาการของผู้ติดเชื้อ HIV กับผู้ป่วยโรคเอดส์ต่างกันอย่างไร?

กลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี ที่รับเชื้อไวรัสเอชไอวีเข้าสู่ร่างกาย จะปรากฎสัญญาณเตือนในระยะเริ่มแรก แต่อาการดังกล่าวจะคล้ายกับอาการไข้หวัด ได้แก่ ไข้ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามตัว ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต บางรายอาจมีคลื่นไส้ อาเจียน น้ำหนักลด อาการเหล่านี้จะมีอยู่เพียง 2-3 วัน ไปจนถึง 10 สัปดาห์ จากนั้นจะหายไป ซึ่งเป็นระยะที่ร่างกายสร้างภูมิต้านทานมาทดแทน อาจทำให้ผู้ป่วยเข้าใจว่าเป็นอาการไข้หวัด แม้จะไปพบแพทย์ก็จะไม่ได้รับการตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวี ส่งผลให้ได้รับการตรวจวินิจฉัยและรับยาต้านไวรัสล่าช้า นอกจากนี้ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อเอชไอวีบางรายก็ไม่ปรากฎอาการใดๆ ให้เห็น

หากมีอาการแสดงเหล่านี้ ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษา แต่สำหรับดังนั้น บุคคลที่พิจารณาตนเองและพบว่ามีความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อเอชไอวี เช่น มีเพศสัมพันธ์แบบไม่ปลอดภัย ฉีดยาเสพติด มีสามี ภรรยา หรือคู่นอนที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ควรให้ข้อมูลเรื่องประวัติความเสี่ยงแก่แพทย์ เนื่องจากเป็นข้อมูลสำคัญประกอบการพิจารณาเพื่อเจาะเลือดตรวจหาเชื้อไวรัสเอชไอวีอย่างแม่นยำ

ส่วนอาการเริ่มต้นของกลุ่มผู้ป่วยโรคเอดส์ มักพบว่ามีการติดเชื้อฉวยโอกาส เช่น เชื้อวัณโรค เชื้อราในสมอง นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจมีอาการเหงื่อออกมากตอนกลางคืน ไข้สูงเรื้อรังติดต่อกันหลายสัปดาห์ ไอเรื้อรัง ท้องเสียเรื้อรัง น้ำหนักลด ปวดศีรษะอย่างรุนแรง ปวดท้อง เป็นต้น

การติดเชื้อ HIV หากรู้เร็ว ก็จะสามารถเริ่มดูแลตนเองตั้งแต่เมื่อตอนที่สุขภาพยังแข็งแรง แม้ปัจจุบันแม้ว่ายังไม่มีรักษาใดที่สามารถกำจัดเชื้อเอชไอวีให้หมดจากร่างกายผู้ติดเชื้อ แต่วิวัฒนาการของยาต้านไวรัสได้ก้าวหน้าไปมาก ส่งผลให้สามารถหยุดการแพร่กระจายของเชื้อเอชไอวีในร่างกาย และป้องกันการดำเนินโรคไปสู่ระยะโรคเอดส์ได้


3 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
มูลนิธิหมอชาวบ้าน, เอดส์-โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (https://www.doctor.or.th/article/detail/10236), 21 กันยายน 2562.
แพทย์หญิงกฤตพร พรไพ, ความรู้สำหรับประชาชน โรคเอดส์สำหรับเด็กและวัยรุ่น (http://www.pidst.or.th/A731.mobile), 21 กันยายน 2562.
กรมควบคุมโรค. แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2560. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจำกัด.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
รายชื่อโรคติดต่อ
รายชื่อโรคติดต่อ

ค้นหารายชื่อโรคติดต่อได้ง่ายๆ ในลิ้งค์เดียว ไม่ต้องนั่งหาทีละโรค พร้อมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคติดต่อ รวมมาตอบไว้แล้วที่นี่

อ่านเพิ่ม
โรคเอดส์ การติดต่อ และการป้องกันที่ทุกคนควรรู้
โรคเอดส์ การติดต่อ และการป้องกันที่ทุกคนควรรู้

ตอบชัดเจน คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคเอดส์ เชื้อ HIV ติดได้อย่างไร ทำแบบไหนติดบ้าง และจะป้องกันอย่างไร?

อ่านเพิ่ม