แก้ปัญหาสุขภาพง่ายๆ ด้วยวิธีล้างพิษในร่างกายด้วยลมหายใจ

แนะนำการล้างพิษในร่างกายด้วยลมหายใจ ประโยชน์ และหลักการฝึกเบื้องต้น
เผยแพร่ครั้งแรก 8 ก.ค. 2019 อัปเดตล่าสุด 5 ส.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
แก้ปัญหาสุขภาพง่ายๆ ด้วยวิธีล้างพิษในร่างกายด้วยลมหายใจ

เวลาพูดถึงการดูแลสุขภาพของตัวเอง ภาพในหัวของหลายคนคงจะเป็นการลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงอาหารการกินหรือกิจวัตรประจำวันขนานใหญ่ หรือไม่ก็การออกกำลังกายอย่างเอาจริงเอาจังและเข้มข้น ทำให้แค่นึกถึงก็พานไม่อยากจะทำอะไรแล้ว แต่ทราบหรือไม่ว่า จริงๆ แล้วคุณสามารถเริ่มต้นดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างง่ายๆ ได้ ด้วยการควบคุมลมหายใจและฝึกการหายใจเพื่อล้างพิษในร่างกายของตัวเอง

ล้างพิษด้วยลมหายใจคืออะไร?

การล้างพิษด้วยลมหายใจ (Breathing Detox) ถือเป็นศาสตร์แขนงหนึ่งที่ได้รับการยอมรับมาตั้งแต่โบราณ ปรากฏอยู่ในการฝึกโยคะประเภทกุณฑลินี (Kundalini Yoga) เรียกว่าอุชชายี ปราณายามะ (Ujjayi breath) โดยถือเป็นการเตรียมความพร้อมของร่างกายและจิตใจ ช่วยลดความเครียด เสริมสร้างพลังงานในร่างกาย เพิ่มออกซิเจนให้ไหลเวียนในเส้นเลือด ช่วยให้จิตใจแจ่มใส สมองปลอดโปร่ง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจ DNA วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 5605 บาท ลดสูงสุด 3895 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 53

นอกจากนี้ หากฝึกจนเป็นนิสัย ยังสามารถล้างพิษในร่างกายได้อีกทางหนึ่งด้วย เนื่องจากการหายใจของมนุษย์นั้นจะใช้วิธีควบคุมลมหายใจโดยใช้ประสาท 2 ระบบ ได้แก่ ระบบประสาทใต้อำนาจจิตใจ (Voluntary Nervous System) และระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic System) ซึ่งความแตกต่างก็คือมีระบบที่เราหายใจโดยไม่รู้ตัว (เป็นสัญชาตญาน) และหายใจโดยที่รู้ตัว (มาจากความตั้งใจ) และนั่นทำให้เราสามารถฝึกฝนเพื่อควบคุมลมหายใจให้เป็นประโยชน์มากกว่าเพียงแค่สูดอากาศเข้าไปหล่อเลี้ยงสมองเท่านั้น

หากคุณลองสังเกตลมหายใจตัวเองเมื่ออารมณ์เปลี่ยนแปลง จะพบว่า เวลาโกรธลมหายใจมักสั้น ถี่ และตื้น ในขณะที่เมื่อผ่อนคลาย ลมหายใจจะลึกและยาวขึ้น นอกจากอารมณ์แล้ว รูปร่างก็ยังได้รับผลกระทบจากการหายใจด้วยเช่นกัน รูปร่างที่เปลี่ยนไปด้วยอาการที่เรียกกันว่าบวมน้ำนั้น สามารถแก้ไขได้ด้วยการฝึกลมหายใจเช่นเดียวกัน

ประโยชน์ของการล้างพิษลมหายใจมีอะไรบ้าง?

อาการผิดปกติทางร่างกายทั้งที่รู้ได้จากภายนอก เช่น อาการคัดจมูก จมูกตัน ภูมิแพ้ง่าย อาหารไม่ย่อย และภายในเช่น อาการความดันเลือดสูงเกินไป หรือหัวใจทำงานหนักผิดปกติจนก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วยที่หนักหนาขึ้นตามมา อาจเกิดมาจากหลายสาเหตุแตกต่างกันไปในแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นการแพ้อาหารบางชนิด การเปลี่ยนแปลงของแบคทีเรียในร่างกาย แต่ทั้งหมดนี้นั้น สามารถแก้ไขได้ด้วยการฝึกลมหายใจล้างพิษเพราะการหายใจนั้น ส่งผลกระทบต่อหลายองคาพยพในร่างกาย เริ่มตั้งแต่สิ่งที่สังเกตได้ง่ายอย่าง อารมณ์  สภาพร่างกายภายนอก ไปจนถึงร่างกายภายใน ถ้าหากเราสามารถฝึกฝนการล้างพิษด้วยลมหายใจได้อย่างชำนาญแล้ว เราจะสามารถควบคุมอารมณ์ได้ และยังส่งผลดีต่อสภาพร่างกายโดยรวม

แนะนำ 3 วิธีล้างพิษลมหายใจอย่างง่าย

การฝึกลมหายใจเพื่อล้างพิษนั้นมีตั้งแต่ระดับเริ่มต้น ไปจนถึงระดับจริงจัง เพื่อนำไปใช้ในการเล่นโยคะดังที่กล่าวข้างต้น สำหรับผู้เริ่มต้นอาจใช้การฝึกอย่างง่าย 3 ขั้นตอน ดังนี้

  1. หายใจเท่ากัน ขั้นตอนต่อไปคือการนับลมหายใจ ซึ่งถือเป็นการทำโยคะเบื้องต้น ลองปิดตาแล้วหายใจตามปกติสักประมาณ 9-10 ครั้ง จากนั้น นับ 1-4 ตามลมหายใจเข้า และพยายามนับเท่ากันตอนผ่อนลมหายใจออก (ระยะเวลาของการหายใจแต่ละคนอาจแตกต่างกัน) ในขณะที่จังหวะเริ่มพอดีแล้ว ให้พิจารณาลมหายใจด้วยการคิดถึงความเต็มและความว่างในท้องขณะหายใจเข้าออก หากฝึกไปเรื่อยๆ สามารถเพิ่มจำนวนนับลมหายใจไปเรื่อยๆ ได้
  2. หายใจออกให้ยาวขึ้น เวลานึกถึงตัวอย่างในภาพยนตร์ เรามักคุ้นตากับการให้หายใจเข้าลึกๆ แต่จริงๆ แล้วการหายใจเข้าลึกๆ โดยไม่ผ่านการฝึกและผ่อนเลยนั้นสามารถทำให้เกิดอาการ Hyperventilation หรือภาวะระบายลมหายใจเกิน ทำให้เสียสมดุลระหว่างคาร์บอนไดออกไซด์และออกซิเจน ลองฝึกหายใจออกช้าๆ เบาๆ ให้หมดปอด จากนั้นก็ให้หายใจเข้าตามธรรมชาติ เมื่อทำจนรู้สึกว่านิ่งประมาณหนึ่งแล้ว ก็ลองหายใจออกให้นานกว่าหายเข้าใจ เช่น ถ้าหากคุณหายใจเข้า 4 วินาที ก็ลองหายใจออกให้ได้ซัก 6 วินาที ฝึกตามนี้เพียงวันละ 2-3 นาที จะช่วยให้ความเครียดลดลง ร่างกายทำงานได้ดีขึ้น

หายใจโดยใช้ท้อง

การฝึกในขั้นตอนนี้จะใช้เวลามากกว่าขั้นตอนแรก ซึ่งสามารถทำที่ใดก็ได้ ในท่าทางใดก็ได้ ไม่ว่าจะนั่ง ยืน หรือนอน แต่การฝึกขั้นต้นควรนอนในท่าทางที่สบายที่สุด และมีหมอนหนุนศีรษะและเข่า ถ้าหากไม่สะดวก ลองนั่งบนเก้าให้สบายที่สุด โดยหัว คอ ไหล่ และเข่าต้องผ่อนคลาย จากนั้น เอามือทาบที่บริเวณหัวใจ และมือขวาใต้ราวซี่โครง เหนือท้องน้อย ลองหายใจตามธรรมชาติ

สังเกตดูว่าระหว่างหน้าท้องกับหน้าอก กล้ามเนื้อส่วนใดเคลื่อนไหวมากกว่ากัน คุณต้องฝึกเพื่อแยกส่วนกล้ามเนื้อให้ได้ และให้หน้าท้องช่วยในการหายใจ ฝึกจนกว่าหน้าท้องจะยุบและพองมากกว่าหน้าอกเพื่อใช้ในขั้นต่อไป

นั่งหรือนอนในท่าเดิม จากนั้น วางมือซ้ายลงบนจุดเดิม แต่มือขวาขยับขึ้นมาประมาณสะดือ จากนั้น หายใจโดยใช้จมูก ฝึกให้หน้าอกขยับน้อยที่สุด เพื่อให่หน้าท้องช่วยในการหายใจ สามารถหายใจออกทางปากเพื่อใช้หน้าท้องช่วยในการหายใจ การหายใจแบบนี้จะทำให้ร่างกายได้ดีขึ้น แต่ถ้าจะทำให้เป็นธรรมชาติ ต้องผ่านการฝึกฝนพอสมควร ขั้นตอนนี้ต้องใช้เวลาฝึกครั้งละประมาณ 10 นาที ประมาณ 2-3 ครั้งต่อวัน ถ้าหากคุณไม่เคยฝึกการใช้กระบังลมในการหายใจ ขั้นตอนนี้จะเหนื่อยสักนิดหนึ่ง ซึ่งจะทำได้ง่ายขึ้นเมื่อผ่านการฝึกไปสักระยะ


3 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Lauren Castle, THE DEEP BREATHING DETOX: COULD BETTER BREATHING LEAD TO BETTER HEALTH?, (https://www.well.org/healthy-body/deep-breathing-detox-better-breathing-lead-better-health/), 25 February 2019.
The Renegade Pharmacist, Breathing Exercise For Detoxing The Body (https://therenegadepharmacist.com/breathing-exercise-for-detoxing-the-body/), 8 May 2018.
Ana Gotter, 8 Breathing Exercises to Try When You Feel Anxious (https://www.healthline.com/health/breathing-exercises-for-anxiety#long-exhale), 22 April 2019.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม