โรคแอกทินิกเคอราโทซิส (Actinic keratosis)

เผยแพร่ครั้งแรก 10 เม.ย. 2017 อัปเดตล่าสุด 10 ส.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที

โรคแอกทินิกเคอราโทซิส (Actinic Keratosis) คือการโตของแผ่นผิวหนังหยาบเป็นเกล็ดๆ ที่สามารถพัฒนาเป็นมะเร็งผิวหนังได้หากปล่อยทิ้งไว้และไม่ได้รับการรักษา

อาการแสดงของ Actinic Keratosis

Actinic Keratosis มักเกิดบริเวณที่ผิวหนังโดนแสงบ่อยๆ เช่น ศีรษะ หน้า มือ ต้นแขน หัวไหล่ และคอ โรคจะเริ่มจากบริเวณเล็กๆ โดยอาจสัมผัสได้ถึงความผิดปกติก่อนจะเห็นเป็นแผ่นผิวหนัง เนื่องจากจะมีผิวสัมผัสที่หยาบกว่าบริเวณผิวหนังรอบๆ อย่างมาก 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้และภาวะแพ้วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 855 บาท ลดสูงสุด 3150 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 3

ผิวที่เป็นโรคจะค่อยๆ ขยายขนาดจนมีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 0.25 นิ้ว และมีสีแดง แทน น้ำตาล หรือชมพู อาจมีอาการคันร่วมด้วย ไปจนถึงเจ็บหรือรู้สึกแปลบๆ แถมอาจอักเสบหรือมีเลือดออกได้ด้วย ปัจจุบันการศึกษาพบว่าประมาณ 10% ของคนที่เป็นโรค Actinic keratosis จะกลายเป็นมะเร็งผิวหนังชนิดที่เรียกว่ามะเร็งเซลล์สความมอส (Squamous cell carcinoma) โดยมะเร็งผิวหนังชนิดนี้จะต่างจากมะเร็งเบซาลเซลล์ (Basal cell carcinoma) ตรงที่จะมีการกระจายอย่างรวดเร็วและยังสามารถรุกล้ำเนื้อเยื่อข้างเคียงได้ ในบางกรณีที่พบได้ยากอาจกระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรค Actinic Keratosis

Actinic keratosis เกิดจากการโดยแสงแดดเป็นเวลานานเป็นปีๆ โดยรังสีอัลตร้าไวโอเลตจากแสงแดดจะไปทำลายเซลล์ผิวหนัง (Keratinocyte) ที่ประกอบเป็น 90% ของผิวหนังชั้นนอกสุด (Epidermis)

บุคคลต่อไปนี้อาจมีความเสี่ยงเป็น Actinic keratosis ได้มากกว่าปกติ

  • ผู้สูงอายุ การโดนแสงแดดสะสมมาทั้งชีวิต ทำให้มีโอกาสเกิดโรค Actinic keratosis มากขึ้นเมื่ออายุเพิ่มขึ้น โดยมักจะพบในคนที่อายุ 50 ปีขึ้นไป และทุกคนที่อายุมากกว่า 80 ปีมีโอกาสเกิดโรคนี้ขึ้นสักที่หนึ่งบนร่างกายเป็นอย่างต่ำ
  • คนที่มีเม็ดสีในผิวหนังน้อย คนที่มีผิวขาวมีความเสี่ยงเกิดโรคมากกว่า เนื่องจากการมีเม็ดสีที่ช่วยป้องกันน้อยกว่า และมีโอกาสไหม้แดดมากกว่า หากคุณมีผมทองหรือผมแดง หรือตาฟ้า เขียวหรือเทาจะมีความเสี่ยงสูง
  • คนที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หากระบบภูมิคุ้มกันโดนกดการทำงานจากการเป็นโรคหรือการใช้ยารักษา ร่างกายจะซ่อมแซมการทำลายจากแสงแดดได้น้อยลง ผู้ที่ทำเคมีบำบัดรักษามะเร็ง ผู้ที่รับประทานยากดภูมิเพื่อการปลูกถ่ายอวัยวะ หรือผู้ติดไวรัสเอชไอวีจึงมักมีความเสี่ยงสูง

การรักษาโรค Actinic Keratosis

การรักษาโรค Actinic keratosis มีหลายวิธี ดังนี้

  • การผ่าตัดด้วยความเย็น (Cryosurgery) แพทย์จะยับยั้งการโตของโรคด้วยการแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลวหรือสารที่ให้ความเย็นจัดอื่นๆ แผ่นผิวหนังที่ถูกแช่แข็งจะตายและค่อยๆ หลุดลอกออกมา จากนั้นจะนำผิวหนังดีมาทดแทน การรักษาด้วยวิธีนี้เป็นที่นิยมมากที่สุด
  • การผ่าตัดด้วยเลเซอร์ (Laser surgery) แพทย์จะใช้ลำแสงเลเซอร์เพื่อยั้บยั้งการโตของโรค เทคนิคนี้ต้องใช้ความแม่นยำ และมีประโยชน์สำหรับรอยโรคที่อยู่ในบริเวณแคบๆ โดยเฉพาะบนใบหน้า
  • การลอกผิวด้วยสารเคมี คือการใช้กรดช่วยให้แผลแข็งๆ หลุดลอกออกและทดแทนด้วยผิวหนังใหม่
  • ยาทา ครีมทาผิวเฉพาะที่จะจัดการกับการโตของโรคด้วยการกำจัดเซลล์ที่ถูกทำลายหรือกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้มากำจัด ยาส่วนใหญ่มักต้องใช้เป็นเวลานาน มีผลข้างเคียงทำให้ผิวแดงและสร้างความไม่สบายเล็กน้อย แต่ถือเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการรักษามาก
  • การบำบัดด้วยแสง (Photodynamic therapy) จะมีการใช้สารละลายที่ตอบสนองกับแสงแดดทาบนแผล เมื่อผิวหนังโดนแสงแดดแรงๆ สารนี้จะถูกกระตุ้นให้ทำลายรอยโรค
  • การผ่าตัดกำจัดรอยโรค แพทย์จะใช้มีดผ่าตัดผ่ารอยโรคออกไป 

ในการรักษา แพทย์มักใช้หลายวิธีร่วมกัน เพื่อให้แน่ใจว่ารอยโรค Actinic keratosis ถูกกำจัดออกจนหมด

วิธีป้องกันโรค Actinic keratosis

การป้องกันโรค Actinic keratosis ทำได้เช่นเดียวกับมะเร็งผิวหนัง โดยเน้นลดการโดนแสงแดด มีคำแนะนำดังนี้

  • อยู่ในที่ร่มหรือใต้ร่มเงาในช่วงเวลาที่แสงแดดแรงที่สุด ซึ่งมักเป็นช่วงระหว่าง 10.00-16.00 น.
  • ป้องกันผิวด้วยการสวมเสื้อแขนยาวขายาว และหมวกปีกกว้าง
  • ทาครีมกันแดดเมื่อออกไปข้างนอกแม้ในวันที่มีเมฆมาก เลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 เป็นอย่างต่ำ และควรทาซ้ำทุกๆ 2-3 ชั่วโมง

11 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Actinic keratoses (solar keratoses). NHS (National Health Service). (https://www.nhs.uk/conditions/actinic-keratoses/)
Actinic Keratosis (Solar Keratosis) Picture Image. MedicineNet. (https://www.medicinenet.com/image-collection/actinic_keratosis_solar_keratosis_picture/picture.htm)
Actinic keratosis: Pictures, causes, and prevention. Medical News Today. (https://www.medicalnewstoday.com/articles/318466)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆ ที่เกี่ยวกับอาการนี้
ถ้าเราโดดแดดเป็นเวลานานๆจะมีผลต่อการทำลายเซลล์ผิวหนังได้มากน้อยแค่ไหนครับ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
ไฝธรรมดาสามารถคันได้มั้ยคะ แบบนานๆคันที
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
สอบถามค่าใช่จ่ายผ่ามะเร็งผิวหนังชนิด Basal cell carcinoma ค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
มันขยายใหญ่เรื่อยๆครับ คิดว่าน่าจะเป็นมะเร็งผิวหนังครับ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
หากคุณยังมีคำถาม ส่งคำถามให้คุณหมอตอบได้ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม