โรคพุพอง (Impetigo)

เผยแพร่ครั้งแรก 9 ก.พ. 2017 อัปเดตล่าสุด 10 ส.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • โรคพุพอง เป็นโรคผิวหนังจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่สามารถติดต่อหากันได้ง่าย แบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ โรคพุพองแบบมีตุ่มน้ำ โรคพุพองแบบไม่มีตุ่มน้ำ
  • โรคพุพองเกิดได้กับผู้คนทุกวัย แต่มักเกิดกับเด็กเป็นส่วนมาก และสามารถติดต่อหากันได้ผ่านการใช้สิ่งของร่วมกัน รวมถึงการสัมผัสตัว
  • โรคพุพองประเภทไม่มีตุ่มน้ำ ลักษณะโรค คือ จะมีผื่นแดงขึ้นรอบจมูก และรอบปาก จากนั้นจะกระจายไปทั่วตัวผู้ป่วยรวมถึงเปลี่ยนเป็นตุ่มน้ำ และจะแตกออก มีน้ำเหลืองไหลออกมาในไม่กี่วันหลังจากนั้น ก่อนที่จะแห้งเป็นสะเก็ด
  • โรคพุพองประเภทมีตุ่มน้ำจะพบได้น้อยกว่าประเภทไม่มีตุ่มน้ำ โดยผู้ป่วยจะมีตุ่มน้ำขนาดใหญ่ขึ้นตามตัว แล้วจะตกสะเก็ดกลายเป็นสีน้ำตาล ผู้ใหญ่ที่เป็นโรคพุพองประเภทนี้ควรไปตรวจร่างกาย เพราะเป็นหนึ่งในอาการของการติดเชื้อ HIV ได้
  • โรคพุพองสามารถรักษาได้ผ่านการรับประทาน หรือทายาปฏิชีวนะ และวิธีป้องกันโรคนี้ คือ ไม่สัมผัสตัวผู้ป่วยโรคพุพอง หมั่นดูแลสุขอนามัยร่างกายให้สะอาดอยู่เสมอ หากสังเกตเห็นตุ่มน้ำตามร่างกาย ให้รีบไปพบแพทย์ทันที (ดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพเด็ก ผู้ใหญ่ได้ที่นี่)

รู้จักกับโรคพุพอง

โรคพุพอง (Impetigo) เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย และสามารถติดต่อกันได้ง่าย มีลักษณะเป็นผื่นแดงที่ทำให้เกิดอาการเจ็บ 

อาการแรกของการติดเชื้อโรคชนิดนี้ คือ มีถุงน้ำพองเกิดขึ้นที่ใบหน้า และเมื่อโรคดำเนินต่อไป ตุ่มน้ำจะแตกออก และมีสะเก็ดสีเหลืองน้ำตาลคล้ายสีน้ำผึ้ง ผื่นพุพองอาจจะดูน่ากลัว แต่สามารถรักษาได้ง่าย ไม่ใช่โรคร้ายแรงแต่อย่างใด

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้และภาวะแพ้วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 855 บาท ลดสูงสุด 3150 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 3

โรคพุพองแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ 

  • โรคพุพองแบบไม่มีตุ่มน้ำ เป็นประเภทของโรคพุพองแบบที่พบได้มากกว่า 
  • โรคพุพองแบบมีตุ่มน้ำ

สาเหตุโรคพุพอง

โรคพุพองส่วนมากเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย 2 ชนิดซึ่งเป็นเชื้อที่แพร่กระจายได้ง่าย ได้แก่

  1. เชื้อสแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) 
  2. เชื้อสเตรปโทคอคคัส กรุ๊ปเอ (Streptococcus group A)

โรคพุพองในเด็ก

โรคพุพองมักเกิดในเด็กตั้งแต่อายุ 2-6 ปี โดยตุ่มน้ำมักจะเริ่มเป็นที่ใบหน้าก่อน โดยเฉพาะรอบๆ จมูก และปาก ซึ่งเด็กอาจจะติดเชื้อนี้มาจากผู้อื่นที่ยังอยู่ในระยะที่แพร่กระจายเชื้อได้ 

เชื้อแบคทีเรียของโรคพุพองสามารถแพร่กระจายได้ง่ายจากการสัมผัสผิวหนัง น้ำมูก หรือจากการใช้ของเล่น เตียงนอน หรือผ้าเช็ดตัวร่วมกัน รวมถึงการอยู่ในสถานที่ที่มีคนหนาแน่น เช่น สถานรับเลี้ยงเด็ก บนรถไฟฟ้า เชื้อก็จะสามารถแพร่เชื้อได้รวดเร็วขึ้น 

และถ้าลูกของคุณเล่นกีฬา หรือกิจกรรมที่มีการสัมผัสผิวหนังกับผู้อื่น ก็จะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อพุพองได้เช่นกัน

โรคพุพองในผู้ใหญ่

ผู้ใหญ่สามารถมีโรคพุพองได้ โดยมากจะเกิดร่วมกับผื่นผิวหนังชนิดอื่น เช่น โรคภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบ หรืออาจจะเกิดตามหลังการติดเชื้อทางเดินหายใจ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้และภาวะแพ้วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 855 บาท ลดสูงสุด 3150 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 3

อาการของโรคพุพอง

อาการของโรคพุพองประเภทไม่มีตุ่มน้ำ ประมาณ 4-10 วันหลังจากที่ได้รับเชื้อ ผู้ป่วยจะเริ่มมีผื่นสีแดงให้เห็นบริเวณจมูก หรือรอบปาก หลังจากนั้นผื่นสีแดงจะกลายเป็นตุ่มน้ำ และสามารถกระจายไปได้ทั้งตัวของผู้ป่วย โดยกระจายผ่านเสื้อผ้า หรือจากการถู และตุ่มน้ำจะแตกออกภายในไม่กี่วัน 

หลังจากนั้นจะมีน้ำเหลืองไหลออกจากตุ่มน้ำ ก่อนที่จะแห้งเป็นสะเก็ดสีเหลืองน้ำตาล 

โรคพุพองมักไม่ทำให้ผู้ป่วยมีไข้ หรือเบื่ออาหาร แต่ถ้าลูกของคุณ หรือคนใกล้ชิดของคุณที่เป็นโรคพุพองมีอาการเหล่านี้ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อรีบรักษาให้หายโดยเร็วจะดีที่สุด

โรคพุพองชนิดมีตุ่มน้ำ

โรคพุพองชนิดมีตุ่มน้ำ (Bullous Impetigo) เป็นประเภทของการติดเชื้อโรคพุพองที่พบได้น้อยกว่า โดยจะมีตุ่มน้ำขนาดใหญ่เกิดขึ้นที่หน้าอก ท้อง หลัง ก้นของทารก หรือเด็กเล็ก และสะเก็ดของตุ่มน้ำก็จะแห้งกลายเป็นสีน้ำตาล 

ผู้ใหญ่ที่มีโรคพุพองชนิดตุ่มน้ำนี้ อาจเป็นอาการของการติดเชื้อเอชไอวี (Human Immunodeficiency Virus: HIV) ด้วย ดังนั้นหากคุณคิดว่าตนเองมีความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวี ให้ปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการให้แน่ชัด

ภาวะแทรกซ้อนของโรคพุพอง

โรคพุพองเป็นโรคที่ไม่อันตราย และมักจะหายภายในไม่กี่วันหลังจากได้รับการรักษา แต่ภาวะแทรกซ้อนของโรคพุพองก็ยังมีอยู่ แต่เป็นภาวะที่พบได้น้อย เช่น 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้และภาวะแพ้วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 855 บาท ลดสูงสุด 3150 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 3
  • แผลเป็น หากแผลพุพองมีอาการรุนแรงมากหรือลูกของคุณแกะที่แผล ก็อาจทำให้มีแผลเป็นตามมาได้ 
  • โรคเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ (Cellulitis) เป็นการติดเชื้อที่เนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ซึ่งอาจแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองและเข้าสู่กระแสเลือดได้หากไม่ได้รับการรักษา ทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้
  • โรคไต (Kidney Disease) หรือไตอักเสบหลังการติดเชื้อสเตรปโทคอคคัส ซึ่งสามารถทำให้เกิดภาวะไตวายตามมาได้

การวินิจฉัยโรคพุพอง

สำหรับเด็กที่เป็นโรคพุพอง กุมารแพทย์สามารถให้การวินิจฉัยได้ด้วยการตรวจลักษณะผื่นและตำแหน่ง ถ้ามีลักษณะไม่แน่ชัด แพทย์อาจตรวจหนองเพื่อยืนยันเชื้อแบคทีเรียว่าเป็นโรคพุพองหรือไม่

การรักษาโรคพุพอง

ส่วนมากโรคพุพองจะหายได้เองภายใน 2-3 สัปดาห์ โดยการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะชนิดทา หรือชนิดรับประทาน ซึ่งจะช่วยให้โรคนี้หายได้เร็วขึ้ นและป้องกันการแพร่กระจายไปบริเวณอื่น 

ในกรณีที่ความรุนแรงของโรคน้อย ผื่นพุพองจะสามารถดีขึ้นได้อย่างรวดเร็วด้วยยาปฏิชีวนะชนิดทา ในขณะที่ถ้าความรุนแรงของผื่นเป็นมาก การรักษาก็จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน และอาการของผื่นจะเริ่มดีขึ้นในระยะเวลาประมาณ 3 วันหลังจากการเริ่มใช้ยาปฏิชีวนะ

การป้องกันโรคพุพอง

โรคพุพองเป็นโรคที่มีการแพร่กระจายของเชื้อโรคสูง วิธีการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงจะได้แก่ 

  • ระมัดระวังในการสัมผัสกับผู้ป่วยที่มีโรคพุพอง
  • หลีกเลี่ยงการใช้ หรือสัมผัสสิ่งของที่ผู้ป่วยโรคพุพองใช้ 
  • ล้างมือของคุณ และลูกของคุณด้วยสบู่ทันทีที่ได้สัมผัสกับผู้ป่วยโรคพุพอง หากคุณไม่สามารถล้างมือได้ทันที สามารถใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือแทนได้ 
  • ควรล้างแผลเปิด รอยข่วน หรือรอยกัดของแมลงทันที และปิดด้วยพลาสเตอร์แปะแผลจนกว่าแผลจะหายดี 

ในกรณีที่ตัวคุณ หรือลูกน้อยเป็นโรคพุพองให้ทำตามคำแนะนำต่อไปนี้

  • ปิดแผลด้วยเสื้อผ้าหรือพลาสเตอร์หลวมๆ
  • ซักเสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว และผ้าปูที่นอนด้วยน้ำร้อนและอบร้อนให้แห้ง
  • ควรให้ลูกหยุดพักการเรียนประมาณ 1-2 วันหลังจากเริ่มได้รับยาปฏิชีวนะ เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อไปยังเด็กคนอื่นๆ

สิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยป้องกันโรคพุพองได้ก็คือ ความสะอาด ดังนั้นคุณควรหมั่นล้างมือ และทำความสะอาดร่างกายอยู่เป็นประจำ หรือควรพกทิชชู่เปียก เจลแอลกอฮอล์ล้างมือติดตัวไว้เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ 

นอกจากนี้ คุณต้องคอยดูแลสุขอนามัยให้ลูกของคุณให้ดี คอยกำชับให้เด็กล้างมืออยู่เป็นประจำจนเป็นนิสัย การมีพฤติกรรมดูแลความสะอาดให้กับตนเองอยู่เป็นประจำจะช่วยให้คุณ และลูกห่างไกลจากโรคพุพองได้

ดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพเด็ก ผู้ใหญ่ เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจต่างๆ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @hdcoth และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


21 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Impetigo: Practice Essentials, Background, Pathophysiology. Medscape. (https://emedicine.medscape.com/article/965254-overview)
Impetigo | Strep | Staph. MedlinePlus. (https://medlineplus.gov/impetigo.html)
Impetigo: Symptoms, Causes, Contagious, Complications, Treatments. WebMD. (https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/understanding-impetigo-basics)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถาม ส่งคำถามให้คุณหมอตอบได้ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม