7 วิธีช่วยให้ช่องปากมีสุขภาพดี

เผยแพร่ครั้งแรก 22 เม.ย. 2018 อัปเดตล่าสุด 9 ส.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
7 วิธีช่วยให้ช่องปากมีสุขภาพดี

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ถ้าไม่มี “ฟัน” เราก็ไม่สามารถเคี้ยวอาหารได้ และแน่นอนว่ามันจะเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตมากทีเดียว เมื่อเวลาผ่านไป ฟันของเราก็อาจเกิดปัญหา โดยเฉพาะการมีฟันผุ หรือเป็นโรคที่เกี่ยวกับช่องปาก ดังนั้นมันจึงเป็นหน้าที่ของเราที่ควรเริ่มดูแลสุขอนามัยของช่องปากตั้งแต่วันนี้ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเจอปัญหาดังกล่าวในอนาคต สำหรับวิธีง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้มีดังนี้

1. ไปพบทันตแพทย์

การไปคลินิกทำฟันอาจเป็นเรื่องที่น่ากลัวสำหรับบางคน แต่ถ้าอยากให้ฟันแข็งแรง คุณก็ควรไปพบทันตแพทย์ปีละ 2 ครั้ง ซึ่งการทำเช่นนี้จะช่วยให้เจอปัญหาในช่องปากเร็วขึ้น เช่น ฟันผุ โรคเหงือก แผล หรือมะเร็งในระยะแรก ทำให้คุณมีโอกาสรักษาตัวได้ทันก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป หรือยากต่อการรักษา

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสุขภาพฟันวันนี้ ที่คลินิกใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 855 บาท ลดสูงสุด 26%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads d 18

2. จำกัดการดื่มน้ำอัดลม

แม้ว่าน้ำอัดลมจะทำให้คุณรู้สึกสดชื่น แต่เครื่องดื่มชนิดนี้กลับทำร้ายฟันของคุณ เพราะมันมีกรดฟอสฟอริกและกรดซิตริกที่ล้วนแต่กัดกร่อนผิวฟัน อย่างไรก็ตาม การดื่มน้ำอัดลมเป็นบางโอกาสอาจไม่ถึงกับทำให้ฟันถูกทำร้าย แต่การดื่มน้ำอัดลมวันละกระป๋องหรือมากกว่านี้จะทำให้เคลือบฟันนุ่มลง และมีความไวต่อการเกิดฟันผุ ทางที่ดีให้คุณเปลี่ยนมาดื่มน้ำเปล่าแทน แต่ถ้าอยากให้มีรสชาติ ให้คุณเติมผลไม้ตระกูลซิตรัสแบบที่ฝานแล้ว  เบอร์รีที่บดแล้ว หรือใบมิ้นต์ลงไป

3. ลดการทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง

น้ำตาลคือตัวการสำคัญที่ทำให้ฟันผุ ซึ่งมันเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของแบคทีเรีย และทำให้ช่องปากมีความเป็นกรดมากขึ้น ทำให้เกิดคราบพลัคที่จะไปทำลายเคลือบฟันและเหงือก ดังนั้นคุณควรจำกัดการทานอาหารที่มีน้ำตาลสูงให้เหมาะสม และพยายามแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟันทุกครั้งหลังจากทานอาหารหรือของหวาน

4. ไม่สูบบุหรี่

สารนิโคติน และทาร์ที่พบในบุหรี่ไม่เพียงแต่ทำให้ฟันของคุณเปลี่ยนเป็นสีเหลืองไม่น่ามองเท่านั้น แต่มันยังทำร้ายเหงือกของคุณอีกด้วย ทั้งนี้การสูบบุหรี่จะไปสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและคราบพลัคบนฟัน ซึ่งมันจะทำให้เกิดอันตรายต่อเนื้อเยื่อ ทำให้กระดูกที่รองรับฟันเสื่อมสภาพ และทำให้เสี่ยงต่อการสูญเสียฟันสูงขึ้น และในกรณีที่ร้ายแรงที่สุด สารเคมีในบุหรี่ก็สามารถทำให้คุณเป็นมะเร็งช่องปากค่ะ

5. ใช้แปรงสีฟันที่เหมาะสม

แปรงสีฟันที่คุณใช้ควรมีขนแปรงที่นุ่ม และหากคุณใช้อย่างถูกวิธี มันก็สามารถใช้งานได้นานถึง 2-3 เดือน ทั้งนี้หากคุณสังเกตว่าขนแปรงเริ่มงอ หรือบริเวณปลายขนแปรงเริ่มทื่อ มันก็อาจเป็นสัญญาณบอกว่าคุณควรเปลี่ยนแปรงสีฟันได้แล้ว เพราะหากคุณฝืนใช้ต่อไป มันก็สามารถทำให้เกิดอันตรายต่อฟันและเหงือก

6. ฝึกแปรงฟันให้ถูกต้อง

แม้คุณรู้แล้วว่า คุณควรแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง แต่การแปรงฟันให้ถูกต้องก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน สำหรับวิธีแปรงฟันที่ถูกคือ ให้คุณถือแปรงสีฟันทำมุม 45 องศา และวางแปรงไปยังแนวเหงือกพร้อมกับถูเป็นแนววงกลมอย่างเบามือ โดยให้คุณแปรงฟันแต่ละซี่ 10-15 ครั้ง และต้องระวังอย่าแปรงฟันรุนแรงเกินไป เพราะมันสามารถทำให้เกิดอันตรายต่อฟันและทำให้เหงือกร่น

7. ใช้ไหมขัดฟัน

การใช้ไหมขัดฟันช่วยให้ฟันและเหงือกมีสุขภาพดี แต่การใช้ไหมไม่ถูกวิธีสามารถทำให้เกิดอันตรายต่อเหงือก ทั้งนี้ให้คุณใช้ไหมขัดฟันประมาณ 1 ฟุต พันที่รอบนิ้วชี้ทั้งสองข้าง โดยให้เหลือความยาวระหว่างนิ้วชี้ประมาณ 2 นิ้ว  และให้ใช้ไหมขัดฟันทีละซี่ โดยดึงไหมให้ตึงเพื่อดึงคราบพลัคออกมา

การมีฟันที่แข็งแรงจะช่วยให้คุณเคี้ยวอาหารได้สะดวก และมีความสุขกับการทานอาหาร ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณไม่ควรละเลยการดูแลช่องปาก ซึ่งการทำตามวิธีที่เราแนะนำข้างต้นก็จะช่วยให้คุณมีฟันและเหงือกที่มีสุขภาพดีไปอีกนานค่ะ

ที่มา: https://www.webmd.com/oral-hea...


13 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
How to keep gums healthy: 7 ways. Medical News Today. (https://www.medicalnewstoday.com/articles/323534)
Tooth whitening: What you should know. (2009). (http://www.ada.org/~/media/ADA/Publications/Files/patient_83.ashx)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
ฟันเหลือง ทำอย่างไรดี?
ฟันเหลือง ทำอย่างไรดี?

รู้จัก 8 สาเหตุของฟันเหลือง ทั้งโดยธรรมชาติและจากพฤติกรรมที่คุณหลีกเลี่ยงได้ พร้อมแนะนำ 7 วิธีเพื่อให้ฟันกลับมาขาวสดใส

อ่านเพิ่ม