กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
นพ.พิสุทธิ์ พงษ์ชัยกุล
ตรวจสอบความถูกต้องโดย
นพ.พิสุทธิ์ พงษ์ชัยกุล

10 ข้อที่คุณควรรู้เกี่ยวกับโรคเกาต์เทียม (Pseudogout)

โรคเกาต์เทียมแตกต่างจากโรคเกาต์อย่างไร เกิดจากสาเหตุเดียวกันใช่หรือไม่
เผยแพร่ครั้งแรก 30 ธ.ค. 2016 อัปเดตล่าสุด 14 ส.ค. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 18 มิ.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
10 ข้อที่คุณควรรู้เกี่ยวกับโรคเกาต์เทียม (Pseudogout)

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • โรคเกาต์เทียม หรือ CPPD คือ ภาวะที่เกิดขึ้นจากการที่มีผลึกแคลเซียมไพโรฟอสเฟต (Calcium Pyrophosphate) สะสมภายในข้อและเนื้อเยื่อรอบข้อ ในขณะที่โรคเกาต์เกิดจากการสะสมของผลึกยูริก (Uric) ภายในข้อ
  • การเกิดผลึกสะสมในข้อที่ทำให้เกิดโรคเกาต์เทียมนี้ มีโอกาสเกิดขึ้นได้เท่ากันทั้งผู้ชาย และผู้หญิง โดยเกิดขึ้นในประชากรประมาณ 3% ของผู้ที่มีอายุประมาณ 60 ปี โดยสัดส่วนของจำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึง 50% ในผู้ที่มีอายุ 90 ปี 
  • โรคเกาต์เทียมมักจะเกิดที่เข่า ในขณะที่โรคเกาต์มักจะเกิดที่นิ้วโป้งเท้า แต่โรคเกาต์เทียมสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกข้อ รวมถึงนิ้วโป้งเท้า ถึงแม้ว่าเวลาที่อาการโรคเกาต์เทียมกำเริบอาจรุนแรงคล้ายกับโรคเกาต์ แต่ก็มักจะปวดน้อยกว่า
  • เนื่องจากลักษณะของโรคเกาต์เทียมคล้ายคลึงกับโรคข้ออักเสบชนิดอื่น จึงควรพบผู้เชี่ยวชาญด้านโรคข้อเพื่อทำการวินิจฉัยโรค เพราะการวินิจฉัยที่ถูกต้องแม่นยำ และรวดเร็ว จะทำให้มีโอกาสป้องกันไม่ให้เกิดการทำลายข้ออย่างรุนแรงได้
  • เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจข้อเข่า

โรคเกาต์เทียม (Pseudogout) เป็นโรคที่มักเกิดความสับสนกับโรคเกาต์ และโรคข้ออื่นๆ ดังนั้นการวินิจฉัยโรคที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญเพราะผู้ป่วยโรคเกาต์เทียมที่ไม่ได้รับการรักษา อาจส่งผลให้เกิดอาการข้อเสื่อมรุนแรง อักเสบเรื้อรัง และนำไปสู่การพิการได้ 

ความแตกต่างของโรคเกาต์เทียมกับโรคเกาต์ 

โรคเกาต์เทียม หรือที่เรียกว่า CPPD (Calcium pyrophosphate dihydrate) คือ ภาวะที่เกิดขึ้นจากการที่มีผลึกแคลเซียมไพโรฟอสเฟต (Calcium Pyrophosphate) สะสมภายในข้อและเนื้อเยื่อรอบข้อ 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
รักษา ผ่าตัด กระดูกและข้อวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 950 บาท ลดสูงสุด 5000 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 19

ในขณะที่โรคเกาต์เกิดจากการสะสมของผลึกยูริก (Uric) ภายในข้อ

ผู้ป่วยที่มีการสะสมของผลึกแคลเซียมไพโรฟอสเฟตประมาณ 25% จะป่วยเป็นโรคเกาต์เทียม ผู้ป่วยโรคเกาต์เทียมไม่จำเป็นต้องมีอาการทุกคน แต่ผู้ป่วยประมาณ 5% อาจมีอาการที่คล้ายโรคข้ออักเสบรูห์มาติก และผู้ป่วยอีกประมาณ 50% เกิดอาการที่คล้ายกับโรคข้อเสื่อมได้

การเกิดผลึกสะสมในข้อที่ทำให้เกิดโรคเกาต์เทียมนี้ เกิดขึ้นในประชากรประมาณ 3% ของผู้ที่มีอายุประมาณ 60 ปี โดยสัดส่วนของจำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึง 50% ในผู้ที่มีอายุ 90 ปี 

โรคเกาต์เทียมมีโอกาสเกิดขึ้นได้เท่ากันทั้งผู้ชาย และผู้หญิง

อาการของโรคเกาต์เทียม

โรคเกาต์เทียมมักจะเกิดที่เข่า ในขณะที่โรคเกาต์มักจะเกิดที่นิ้วโป้งเท้า อย่างไรก็ตาม โรคเกาต์เทียมสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกข้อ รวมถึงนิ้วโป้งเท้า

ถึงแม้ว่าเวลาที่อาการโรคเกาต์เทียมกำเริบอาจรุนแรงคล้ายกับโรคเกาต์ แต่ก็มักจะปวดน้อยกว่า โดยมีลักษณะอาการดังนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
รักษา ผ่าตัด กระดูกและข้อวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 950 บาท ลดสูงสุด 5000 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 19
  • มีอาการปวด ตั้งแต่หลายวันจนถึง 2 สัปดาห์
  • อาจมีไข้ตามมาได้
  • มักเกิดขึ้นได้เอง หลังการเจ็บป่วยรุนแรง การผ่าตัด หรือการได้รับอุบัติเหตุ
  • ทำให้กระดูกอ่อน และข้อต่อถูกทำลาย อาการจะแย่ลงเรื่อยๆ หลังจากที่อาการกำเริบได้หลายปี

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคเกาต์เทียม

นอกจากปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรมต่อโรคเกาต์เทียมแล้วนั้น ปัจจัยอื่นที่ทำให้เพิ่มโอกาสในการเกิดโรค ประกอบด้วย

  • ต่อมพาราไทรอยด์ทำงานมากไป (Hyperparathyroidism)
  • ภาวะเหล็กเกิน (Hemochromatosis)
  • ต่อมพาราไทรอยด์ทำงานน้อยไป (Hypothyroidism)
  • ภาวะ Amyloidosis (แอมีลอยโดซิส)
  • ภาวะพร่องแมกนีเซียมในเลือด  (Hypomagnesemia)
  • ภาวะฟอสเฟตต่ำ (Hypophosphatasia)

การวินิจฉัยโรคเกาต์เทียม 

เนื่องจากลักษณะของโรคเกาต์เทียมคล้ายคลึงกับโรคข้ออักเสบชนิดอื่น ดังนั้นจึงควรพบผู้เชี่ยวชาญด้านโรคข้อ (Rheumatologist) เพื่อทำการวินิจฉัยโรค เพราะการวินิจฉัยที่ถูกต้องแม่นยำ และรวดเร็ว จะทำให้มีโอกาสป้องกันไม่ให้เกิดการทำลายข้ออย่างรุนแรงได้

การวินิจฉัยทำได้โดยการดูดน้ำจากข้อที่มีอาการ และนำมาส่องหาผลึกลักษณะรูปแท่ง หรือรูปสี่เหลี่ยมคางหมู ซึ่งจะทำให้สามารถยืนยันการวินิจฉัยโรคได้ 

หากตรวจพบว่า มีแคลเซียมสะสมที่กระดูกอ่อนและภายในข้อ (Chondrocalcinosis) ภายใต้การมองด้วยรังสีเอกซเรย์ก็สามารถช่วยยืนยันการวินิจฉัยได้เช่นกัน 

นอกจากนั้นอาจพิจารณาส่งการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติมเพื่อพิสูจน์ว่า ไม่ได้เป็นโรคข้ออักเสบจากสาเหตุอื่น

การรักษาโรคเกาต์เทียม

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการให้หายขาด แต่มีวิธีการรักษาที่สามารถควบคุมอาการได้

  • โรคเกาต์เทียมสามารถควบคุมได้โดยการใช้ยา ซึ่งแพทย์มักจ่ายยาแก้อักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs: NSAIDs) เพื่อควบคุมอาการปวด และการอักเสบ เมื่ออาการกำเริบ 
  • ใช้ Colchicine (โคลชิซิน) ร่วมกับ NSAIDs ปริมาณน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้อาการกำเริบในครั้งหน้า 
  • อาจฉีด Cortisone (คอร์ติโซน) เข้าในข้อที่อักเสบ เพื่อควบคุมอาการปวด และการอักเสบได้เช่นกัน โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ไม่สามารถใช้ยาอื่นได้ 
  • การผ่าตัดเป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษาของผู้ป่วยที่มีการทำลายของข้ออย่างรุนแรง

ถึงแม้ว่าผลึกที่มีการสะสมในโรคเกาต์เทียมจะมีส่วนประกอบของแคลเซียม แต่การรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมจำนวนมากก็ไม่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นให้เกิดโรคเกาต์เทียม ดังนั้นการเปลี่ยนอาหารจึงไม่ได้ช่วยควบคุมอาการของโรคด้วยเช่นกัน

เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจข้อเข่า จากคลินิกและโรงพยาบาลใกล้คุณ และไม่พลาดทุกการอัปเดตเรื่องสุขภาพและโปรโมชั่นเมื่อกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


5 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
MacMullan, P., and McCarthy, G. Treatment and management of pseudogout: insights for the clinician.Ther Adv Musculoskeletal Dis. 2012 Apr; 4(2): 121-131. (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3383522/), 3 May 2020.
Corinna Underwood, Pseudogout (https://www.healthline.com/health/pseudogout), 15 November 2019.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
โรคเกาต์เกิดขึ้นได้อย่างไร อาหารอะไรที่ควรงด
โรคเกาต์เกิดขึ้นได้อย่างไร อาหารอะไรที่ควรงด

รู้จักโรคที่มาพร้อมกับความเจ็บปวดและการอักเสบตามข้อ เพียงปรับพฤติกรรมการรับประทานและการใช้ชีวิตก็ห่างไกลจากโรคนี้ได้

อ่านเพิ่ม
ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเป็นอย่างไร? รวมทุกข้อมูลที่ควรรู้ทั้งหมด
ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเป็นอย่างไร? รวมทุกข้อมูลที่ควรรู้ทั้งหมด

เมื่อข้อเข่าใช้การไม่ได้ดั่งเดิม การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเพื่อให้กลับมาใช้งานเข่าได้ดังเดิม

อ่านเพิ่ม