ยาธาตุน้ำแดงจัดเป็นยาสามัญประจำบ้านที่หลายคนต้องเคยรับประทาน เพราะมีคุณประโยชน์ช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยได้หลายอย่าง แต่หลายคนก็อาจยังสับสนเรื่องวิธีรับประทานยาธาตุน้ำแดงอย่างเหมาะสม จริงๆ แล้วยาธาตุน้ำแดงมีความแตกต่างไปจากยาธาตุน้ำขาวอย่างไร
ความหมาย และสรรพคุณของยาธาตุน้ำแดง
ยาธาตุน้ำแดงคือ ยาผสมสารสมุนไพรที่ใช้เพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารมานานกว่า 50 ปีแล้ว โดยมีใช้ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ แต่สูตรการผสมยาอาจแตกต่างกันไป
โปรแกรมตรวจสุขภาพวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 99 บาท ลดสูงสุด 96%
จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!
สรรพคุณหลักๆ ของยาธาตุน้ำแดงคือ ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการเรอเหม็นเปรี้ยว ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย และอาการจุกเสียดแน่นท้อง
ส่วนผสมของยาธาตุน้ำแดง ได้แก่
- สารโซเดียมไบคาร์บอเนต (Sodium bicarbonate)
- สารสกัดจากสมุนไพร หรือทิงเจอร์ (Tincture) เช่น ทิงเจอร์บอระเพ็ด (Tinospora Tincture) รูบาร์บ หรือโกฐน้ำเต้า (Rhubarb Tincture) กระวาน (Cardamom Tincture) บอระเพ็ด (Tinospra Tincture) ขิงอ่อน (Weak Ginger Tincture) ขิงเข้มข้น (Strong Ginger Tincturer)
- สาระเหยจากเหล้าสาระแหน่ (Spirit of Peppermint)
- เกล็ดสาระแหน่ หรือสารเมนทอล (Menthol)
- น้ำมันดิลล์ (Dill water)
- การบูร (Camphor)
รสชาติของยาธาตุน้ำแดงจะเปรี้ยวปนขมเล็กน้อย บางคนอาจรู้สึกว่า ยามีรสชาติหวาน ซ่า ให้ความรู้สึกเผ็ดร้อนจากเหล้าสาระแหน่ในลำคอเล็กน้อย
วิธีรับประทานยาธาตุน้ำแดงอย่างเหมาะสม
หลักการรับประทานยาธาตุน้ำแดงที่ถูกต้องคือ ให้เขย่าขวดก่อนรับประทาน และรับประทานตามเวลาในปริมาณดังต่อไปนี้
- ผู้ใหญ่ รับประทานก่อนอาหารวันละ 3 ครั้ง เช้า กลางวัน เย็น ครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ
- เด็กอายุ 6-12 ปี รับประทานก่อนอาหารวันละ 3 ครั้งเช้า กลางวัน เย็น ครั้งละครึ่ง-1 ช้อนโต๊ะ
นอกจากนี้ยังไม่ควรรับประทานยาธาตุน้ำแดงติดต่อกันมากเกิน 2 สัปดาห์ด้วยนอกเหนือจากแพทย์สั่ง เพราะอาจทำให้ร่างกายมีความผิดปกติเกี่ยวกับการดูดซึมเกลือโซเดียม ค่าเอนไซม์ในตับสูงเกินไป และทำให้ค่ากรดด่างในเลือดเปลี่ยนแปลงไปจนเกิดภาวะเลือดเป็นด่างได้
หากรับประทานยาธาตุน้ำแดงแล้วอาหารเจ็บป่วยยังไม่ดีขึ้นควรไปโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยอาการ ที่สำคัญควรพกยาธาตุน้ำแดงที่รับประทานไปด้วย หรือแจ้งยี่ห้อของยาธาตุน้ำแดงที่รับประทาน เพื่อให้แพทย์ได้ทราบข้อมูลการรับประทานยาก่อนหน้านี้
โปรแกรมตรวจสุขภาพวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 99 บาท ลดสูงสุด 96%
จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!
ข้อควรระวังในการรับประทานยาธาตุน้ำแดง
- หญิงตั้งครรภ์ เด็ก ผู้ที่มีอาการแพ้แอลกอฮอล์ รวมถึงผู้รับประทานทั่วไปที่ไม่ได้มีอาการข้างเคียงจากการบริโภคแอลกอฮอล์ ควรระมัดระวังในการรับประทานยาธาตุน้ำแดง ไม่ควรรับประทานในปริมาณเกินกำหนด
- ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคตับ และโรคไตห้ามรับประทานยาธาตุน้ำแดงเด็ดขาด เพราะมีปริมาณเกลือโซเดียมค่อนข้างสูง (ประมาณ 0.15-0.60 กรัม) จึงอาจเป็นพิษต่อร่างกาย และภาวะสุขภาพที่ต้องควบคุมปริมาณเกลือในร่างกาย
- ยาธาตุน้ำแดงเป็นยาที่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ด้วยถึงประมาณ 6-10% ซึ่งสูงกว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเบียร์ หรือไวน์ด้วยซ้ำ จึงต้องใช้ความระมัดระวังในการรับประทาน
หากต้องการรับประทานยาธาตุน้ำแดง แต่มีโรคประจำตัวที่กล่าวมาข้างต้นควรปรึกษากับแพทย์ประจำตัวทุกครั้งก่อนใช้ยา หรือหากยังไม่มีโรคกลุ่มดังกล่าว แต่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ประจำ ชอบรับประทานอาหารรสจัด
หากมีพฤติกรรมเหล่านี้ควรหาโอกาสไปตรวจสมรรถภาพการทำงานของหัวใจ ตรวจการทำงานของไต หรือตรวจสุขภาพด้านอื่นๆ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
การตรวจสุขภาพจะทำให้ได้รู้ว่า สุขภาพของตนเองเป็นอย่างไร มีความผิดปกติใดๆ หรือไม่ หรือต้องเฝ้าระวังด้านใดเป็นพิเศษ
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการรับประทานยาธาตุน้ำแดง
อีกสิ่งที่ทุกคนควรรู้เกี่ยวกับยาธาตุน้ำแดง คือ
- ยาธาตุน้ำแดงไม่สามารถใช้เพื่อรักษาอาการอาหารเป็นพิษและโรคกระเพาะอาหารได้ หากมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ถ่ายเหลว ปวดท้องอย่างหนัก ควรรีบไปพบแพทย์ อย่าเพิ่งรับประทานยารักษาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร หรือระบบขับถ่ายโดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาธาตุน้ำแดงไม่สามารถรักษาโรคกรดไหลย้อนได้ แต่ทำได้เพียงช่วยบรรเทาอาการของโรคเท่านั้น เพราะตัวยาที่มีฤทธิ์ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหารได้ แต่ยังไม่มีข้อมูลทางการแพทย์ออกมาแสดงชัดเจนว่า ยาตัวนี้สามารถใช้รักษาสำหรับโรคกรดไหลย้อนโดยเฉพาะได้
ทางที่ดีหากคุณเป็นโรคกรดไหลย้อน ควรปรึกษาแพทย์อีกครั้งว่า ควรรับประทานยาตัวใดจึงจะเหมาะสม
ความแตกต่างระหว่างยาธาตุน้ำแดงกับยาธาตุน้ำขาว
เพราะขึ้นชื่อว่า เป็นยาธาตุเหมือนกัน หลายคนจึงคิดว่า ยาทั้งสองชนิดนี้น่าจะมีคุณสมบัติเหมือนๆ กัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยาธาตุน้ำแดงกับยาธาตุน้ำขาวนั้นความแตกต่างกันทั้งเรื่องส่วนประกอบและสรรพคุณของตัวยา
โปรแกรมตรวจสุขภาพวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 99 บาท ลดสูงสุด 96%
จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!
โดยยาธาตุน้ำขาวจะมีส่วนประกอบหลักๆ คือ
- ฟีนิลซาลิไซเลท (Phenyl salicylate)
- น้ำมันโป๊ยกั๊ก (Anise oil)
- เกล็ดสาระแหน่ หรือสารเมนทอล
สรรพคุณของยาธาตุน้ำขาวโดยทั่วไปจะคล้ายกับยาธาตุน้ำแดงนั่นคือ ช่วยขับลม ลดอาการจุกเสียดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ ทำให้รู้สึกสบายท้องมากขึ้น
ส่วนสรรพคุณที่แตกต่างอย่างชัดเจนของยาธาตุน้ำแดงกับยาธาตุน้ำขาวคือ ยาธาตุน้ำแดงสามารถใช้ลดกรดในกระเพาะอาหารได้ ในขณะที่ยาธาตุน้ำขาวมีฤทธิ์ฆ่าเชื้ออ่อนๆในลำไส้ สามารถใช้รักษาอาการท้องเสียแบบไม่รุนแรงได้
ข้อควรระวัง สำหรับยาธาตุน้ำขาวคือ ไม่ควรใช้ในผู้ที่มีประวัติแพ้ยาแอสไพริน
ยาธาตุน้ำแดงเป็นยาสามัญประจำบ้านที่ดูเหมือนไม่มีพิษภัยอะไร ใครๆ ก็สามารถรับประทานได้ แต่ความจริงยาตัวนี้มีข้อควรระวังในการใช้ที่ทุกคนต้องรู้ เนื่องจากเป็นยาใกล้ตัวที่เรามักเลือกใช้กันบ่อยๆ เมื่อเกิดความผิดปกติขึ้น จึงมีโอกาสเกิดความผิดพลาดในการใช้งานได้เช่นกัน
หากคุณเป็นผู้ที่มีโรคประจำตัวซึ่งอาจเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยาธาตุน้ำแดง ฤทธิ์ของยาก็อาจนำไปสู่อาการแทรกซ้อนที่รุนแรงขึ้น และทำให้ยาต่อการรักษาให้หายได้
ทางที่ดีก่อนจะรับประทานยาทุกชนิด คุณควรปรึกษาแพทย์เสียก่อนว่า ควรรับประทานอย่างไร และใช้กับอาการเจ็บป่วยแบบไหนจึงจะเหมาะสมที่สุด
เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจสุขภาพทั่วไปผู้หญิงและผู้ชายทุกวัย จากคลินิกและโรงพยาบาลใกล้คุณ และไม่พลาดทุกอัปเดตเรื่องสุขภาพและโปรโมชั่นเมื่อกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android