กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD

การแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน ในประเทศไทยของแต่ละภาค

เผยแพร่ครั้งแรก 28 มี.ค. 2017 อัปเดตล่าสุด 14 ส.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
การแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน ในประเทศไทยของแต่ละภาค

การแพทย์แผนไทย ประเทศไทยมีการแพทย์พื้นบ้านกระจายอยู่ในชนบททั่วประเทศ

โดยภาคเหนือจะมีการแพทย์พื้นบ้านล้านนามีตำรา คัมภีร์ใบลานล้านนา ซึ่งมักจะจารึกเป็นภาษาธรรมล้านนา และมีการเรียนสืบทอดกันภายในครอบครัวหรือสืบทอดกันตัวต่อตัว ระหว่างครูและลูกศิษย์

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้และภาวะแพ้วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 855 บาท ลดสูงสุด 3150 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 3

การแพทย์พื้นบ้านภาคกลางจะมีการบันทึกเป็นภาษาธรรม ภาษาขอม  ภาษากลาง

การแพทย์พื้นบ้านภาคอีสานก็มีตำราใบลานมากมาย มักจารึกเป็นภาษาธรรมอีสาน และมีหมอพื้นบ้านจำนวนมากกระจายอยู่เต็มพื้นที่

ส่วนภาคใต้ แม้จะมีชาวมุสลิมเป็นจำนวนมาก แต่การแพทย์พื้นบ้านก็ยังมีความคล้ายคลึงกับทางภาคกลาง เว้นแต่ชื่อสมุนไพรจะเป็นภาษาใต้การแพทย์พื้นบ้านได้มีการรวมตัวสังคายนาเอกสารตำราหลายครั้ง
 


โดยบทบาทของพระมหากษัตริย์ในสมัยรัชกาลที่ 7 เคยตั้งโรงพยาบาลจากอีสานเหนือจดอีสานใต้เป็นร้อยแห่ง โดยมีการแบ่งหน้าที่ไว้อย่างชัดเจน มีหมอ พยาบาล เภสัช ผู้จดสถิติ และผู้ประกอบพิธีกรรม ซึ่งประวัติช่วงนี้ บางคนมักไม่ยอมกล่าวถึง เมื่อพูดถึงประวัติการแพทย์แผนไทย ซึ่งหมอ หรือบุคลากรในสมัยนั้นจะหมายถึงคนในสังคมสยามในพื้นที่นั้นนั่นเอง เพราะกษัตริย์ขอมยุคนั้นคงไม่สั่งหมอจากที่อื่นมาทำงานในโรงพยาบาลเป็นแน่

ในสมัยอยุธยา ก็มีการจัดทำตำราโอสถพระนารายณ์ มีการรวบรวมองค์ความรู้ แบ่งออกเป็นสาขาต่าง ๆ เช่น หมอนวด หมอยา และหมอเด็ก เป็นต้น



ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ก็มีการระดมหมอพื้นบ้านทั่วประเทศมาทำการสังคยานาองค์ความรู้ จารึกไว้ที่วัดโพธิ์ เป็นความรู้ครบถ้วน ทั้งด้านการรักษาพยาบาล และส่งเสริมสุขภาพ เช่น การใช้ยาการนวด และการบริหารด้วยท่าฤษีดัดตน

ดังนั้น ถ้าพิจารณาตามคำจำกัดความของสากลแล้วการแพทย์ดั้งเดิมของไทยไม่น่าจะเป็นเพียง Folk Medicine หรือ การแพทย์พื้นบ้าน เพราะมีการรวบรวมองค์ความรู้ ตรวจสอบจนเป็นแบบแผนที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเองสอดคล้องกับวัฒนธรรมไทย มีการเรียนการสอน การสอบเพื่อรับใบประกอบโรคศิลป์และมีการใช้แพร่หลายไปทั่วประเทศ แม้จะไม่แพร่หลายไปยังนอกประเทศ แต่ก็มีการแพทย์ที่คล้ายคลึงกันในภูมิภาคนี้ เช่น ลาว พม่า เป็นต้น

ดังนั้น การใช้คำว่าการแพทย์แผนไทย แทนคำว่าแผนโบราณเดิม จึงเป็นคำที่เหมาะสมกับการเรียกตามสากลได้อย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ เพราะการแพทย์แผนไทย เป็นวิถีชีวิตการดูแลสุขภาพของคนไทยอย่างสอดคล้องกับวัฒนธรรมอันดีของไทย มีการใช้สมุนไพร การอบ การประคบ และการนวดไทย มีเอกลักษณ์เป็นแบบแผนไทย มีความรู้ที่สรุปเป็นทฤษฎี มีการเรียนการสอน การถ่ายทอดความรู้อย่างกว้างขวางตามคำจำกัดความของ Traditional Medicine จึงสมควรได้รับการเรียกขานว่า การแพทย์แผนไทย (Thai Traditional Medicine) และเป็นหน้าที่ของลูกหลานไทย ที่ควรยกย่องภูมิปัญญาไทยให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตานานาประเทศ และนำการแพทย์แผนไทยมารับใช้คนรุ่นใหม่อย่างมีศักดิ์ศรีต่อไป


2 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป