กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD

การทดสอบกับกระต่าย: ต้นกำเนิดของการทดสอบการตั้งครรภ์

ประวัติของการทดสอบการตั้งครรภ์
เผยแพร่ครั้งแรก 18 ม.ค. 2017 อัปเดตล่าสุด 14 ส.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
การทดสอบกับกระต่าย: ต้นกำเนิดของการทดสอบการตั้งครรภ์

“กระต่ายตายแล้ว” เธอกระซิบใส่โทรศัพท์ สามีของเธอไม่จำเป็นต้องได้รับคำอธิบายมากกว่านี้ เขาสามารถรู้ได้เลยว่านั่นหมายถึงอะไร มันแสดงว่าเธอกำลังตั้งครรภ์!

ในช่วงปี 1927 ได้มีการค้นพบว่าหากคุณฉีดปัสสาวะของผู้หญิงที่ตั้งครรภ์เข้าไปในกระต่าย จะทำให้เกิดภาวะ Corpora hemorrhagica ในรังไข่ของกระตาย ซึ่งเป็นเนื้องอกที่รังไข่ที่จะไม่สามารถเห็นได้หากไม่ได้มีการฆ่ากระต่ายเพื่อทำการพิสูจน์ ดังนั้น ในความเป็นจริงแล้วกระต่ายทุกตัวก็จะต้องตายแม้ว่าผู้หญิงคนนั้นจะไม่ได้ตั้งครรภ์ก็ตาม

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฝากครรภ์ คลอดบุตรวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 275 บาท ลดสูงสุด 4250 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 15

ประโยค “กระต่ายตายแล้ว” หรือ “การทดสอบกับกระต่าย” ได้กลายมาเป็นประโยคหนึ่งที่พูดถึงการทดสอบการตั้งครรภ์ได้ผลบวกตั้งแต่หลังจากปลายยุค 1920 และต้นยุค 1930

ในปัจจุบันไม่มีกระต่ายตัวใดที่ต้องตายเพื่อพิสูจน์ว่าผู้หญิงตั้งครรภ์อีกแล้ว เพราะการทดสอบการตั้งครรภ์ในปัจจุบันเป็นการตรวจหาฮอร์โมน Human Chorionic Gonadotropin (hCG) เช่นเดียวกัน แต่ทำโดยใช้เลือดหรือปัสสาวะ

การทดสอบโดยใช้เลือดนั้นสามารถระบุได้ว่ามีฮอร์โมนอยู่หรือไม่และปริมาณเท่าไหร่ โดยหากมีปริมาณมากกว่า 5mIU จะแสดงว่ามีการตั้งครรภ์หรือก็คือผลบวก ทำให้การตรวจเลือดเป็นการทดสอบการตั้งครรภ์ที่ไวที่สุดในปัจจุบัน ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์จะพบว่าฮอร์โมนนี้มีการเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าทุก ๆ 48 ชั่วโมง ดังนั้น อาจมีการตรวจเลือดซ้ำเพื่อประเมินว่าการตั้งครรภ์นี้เป็นการตั้งครรภ์ที่ยังดีอยู่หรือไม่ และการได้ค่าของฮอร์โมนยังทำให้สามารถตรวจพบว่าการตั้งครรภ์แฝด ที่มักจะทำให้ฮอร์โมนมีการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหรือภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์บางอย่างเช่นการตั้งครรภ์นอกมดลูกหรือการตั้งครรภ์ไข่ปลาอุก

ข้อเสียของการทดสอบโดยการเจาะเลือดก็คือเป็นการทดสอบที่ต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์มาก และมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการทดสอบประเภทอื่น ๆ และอาจทำให้เจ็บได้ในแม่บางคุณ โดยเฉพาะหากต้องมีการเจาะเลือดซ้ำ ๆ หลายครั้ง และเนื่องจากต้องรอเวลาให้ผลออก อาจทำให้เพิ่มความเครียดในหลายครอบครัวได้

การทดสอบการตั้งครรภ์ที่บ้านนั้นยังถือว่าใหม่อยู่มากเมื่อเทียบกับระยะเวลาที่เราสามารถตรวจสอบการตั้งครรภ์ได้ โดยรูปแบบของชุดทดสอบนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในแต่ละปี แต่ยังคงใช้หลักการทดสอบเดียวกับก็คือผู้หญิงที่ตั้งครรภ์จะตรวจพบฮอร์โมน hCG ในปัสสาวะ

ชุดการทดสอบการตั้งครรภ์ที่บ้านนั้น เคยเป็นการทดลองขนาดเล็กที่ต้องใช้หลอดทดลองที่มีสารและแป้งต่าง ๆ ที่คุณจะต้องผสมเข้าด้วยกัน รอ และอุ่น และรอ ก่อนที่จะเท และรออีกครั้ง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฝากครรภ์ คลอดบุตรวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 275 บาท ลดสูงสุด 4250 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 15

เว็บไซต์ 4woman.gov ได้กล่าวถึงการทดสอบแบบเก่านี้ว่า “การทดสอบด้วยตนเองครั้งแรกในปี 1970 นั้นประกอบด้วยเม็ดเลือดแดงที่เตรียมไว้สำหรับการตรวจหาฮอร์โมน hCG ในปัสสาวะ และวงแหวนที่อยู่ด้านล่างของหลอดทดลองนั้นจะเป็นตัวระบุผลบวก การทดสอบนี้อาจผิดพลาดได้ง่ายจากการเคลื่อนไหวหรือจากความผิดพลาดของบุคคล ทำให้การทดสอบนี้แทบไม่มีการใช้ในปัจจุบัน”

รูปแบบที่ใช้ในปัจจุบันมีเพียงขั้นตอนเดียวเท่านั้น คือการผสมปัสสาวะเข้ากับ Monoclonal antibodies ซึ่งมีการเคลือบสารบางอย่างที่ทำให้จับกับฮอร์โมน hCG ได้หากมีฮอร์โมนอยู่ และแสดงผลด้วยการเปลี่ยนสีในรูปแบบเส้นหรือการแสดงผลบวก ซึ่งผลการทดสอบสามารถแสดงได้เร็วสุดตั้งแต่ 2 นาทีแต่มักแสดงที่ 5 นาที

ชุดการทดสอบเหล่านี้ส่วนใหญ่จะมีการระบุว่าควรรอจนกว่าจะมีการขาดประจำเดือนก่อนทำการทดสอบ เพราะจะทำให้ฮอร์โมน hCG สะสมในร่างกายและออกมาทางปัสสาวะ แต่มีการทดสอบชนิดหนึ่งชื่อ the First response early response test (FRER) ที่ระบุว่าอาจใช้ตรวจได้ตั้งแต่ 3-4 วันก่อนวันที่คาดว่าจะมีประจำเดือน

ประโยชน์ของชุดทดสอบการตั้งครรภ์ที่บ้านนี้คือสามารถทำได้เป็นการส่วนตัวและทำได้ทุกเวลาที่คุณต้องการเพื่อตรวจการตั้งครรภ์ ภายใต้ขอบเขตของขั้นตอนการทำ ชุดทดสอบเหล่านี้ส่วนใหญ่สามารถตรวจฮอร์โมน hCG ในปัสสาวะพบได้ตั้งแต่ระดับ 25 mIU การทดสอบการตั้งครรภ์อาจเป็นช่วงเวลาที่เครียด ทำให้ชุดทดสอบการตั้งครรภ์ใหม่ ๆ ออกแบบมาให้ใช้ได้ง่ายขึ้น ผิดพลาดน้อยลง และให้ความเชื่อมั่นว่าทุกคนสามารถทดสอบการตั้งครรภ์ด้วยตนเองได้


1 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
history.nih.gov, The origin of the pregnancy test (https://history.nih.gov/exhibits/thinblueline/timeline.html)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
ทารกมีอัตราการเต้นของหัวใจช้า อันตรายหรือไม่
ทารกมีอัตราการเต้นของหัวใจช้า อันตรายหรือไม่

เรื่องง่ายๆ ที่คุณแม่ทุกคนต้องใส่ใจเพราะอัตราการเต้นของหัวใจสัมพันธ์กับความปลอดภัยของลูกน้อย

อ่านเพิ่ม
อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?
อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?

เรียนรู้สัญญาณการตั้งครรภ์นอกมดลูกก่อนที่มันจะฉีกขาด

อ่านเพิ่ม
ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?
ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?

การตั้งครรภ์ที่เร็วเกินไปที่จะยืนยันด้วยวิธีการทางชีวเคมี

อ่านเพิ่ม