ขนคุดกับสาเหตุ การรักษา การป้องกัน ยาที่ใช้ และการดูแลตนเอง

เผยแพร่ครั้งแรก 24 ส.ค. 2018 อัปเดตล่าสุด 17 พ.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
ขนคุดกับสาเหตุ การรักษา การป้องกัน ยาที่ใช้ และการดูแลตนเอง

ขนคุดเป็นโรคที่ในทางการแพทย์จะจัดอยู่ในกลุ่มของโรครูขุมขนอักเสบ ซึ่งอาจเกิดจากการอุดตันของรูขุมขนที่ทำให้เส้นขนมีการขดอยู่ในรูขุมขน หรือการติดเชื้อภายในรูขุมขนแล้วอักเสบ ทำให้ผิวหนังแลดูไม่เรียบเนียน แต่เป็นตุ่มตอลูบแล้วรู้สึกสะดุดมือไม่สวยงาม

 สาเหตุของการเกิดขนคุด

โรคขนคุดไม่ใช่โรคติดต่อ แต่เกิดจากสาเหตุที่สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจ DNA วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 5605 บาท ลดสูงสุด 3895 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 53
  • 1.พันธุกรรม ผู้ที่มีประวัติพันธุกรรมเป็นโรคภูมิแพ้มักจะมีโอกาสเสี่ยงต่อเป็นโรคขนคุดได้ง่าย โดยจะเกิดความผิดปกติของการสร้างเซลล์ผิวหนัง ทำให้มีการอุดตันของรูขุมขนจากสารเคราติน จึงส่งผลให้เส้นขนไม่สามารถงอกทะลุผ่านรูขุมขนออกมาได้ กลายเป็นขนคุดที่อยู่ในรูขุมขนและอาจจะอักเสบเป็นฝีหรือหนอง
  • 2.ตำแหน่งสรีระทางกายภาพ ขนคุดที่เกิดกับผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะมีอาการขนคุดที่บริเวณใต้คาง ต้นคอ ท้ายทอย หรือขาหนีบ โดยมีลักษณะเนื้อที่พับทับกัน ส่วนคนที่มีผมหยิกก็อาจจะเกิดปลายผมทิ่มผิวหนังในรอยพับนั้น แล้วเกิดการอักเสบหรือทำให้เส้นขนเบียดอยู่ในรูขุมขนจนกลายเป็นขนคุดได้
  • 3.การกำจัดขนหากเรากำจัดขนอย่างไม่ถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็นการโกนขน ถอนขน หรือแว็กซ์ขนในลักษณะทวนทิศทางการงอกของเส้นขน จะส่งผลให้เกิดปลายแหลมที่ไปทิ่มรูขุมขนจนอักเสบได้

ใครมีความเสี่ยงเป็นโรคขนคุดบ้าง

โรคขนคุดสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย และทุกเชื้อชาติ ซึ่งพบมากถึง 50 – 80% ในวัยเด็ก และพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย โดยอาจจะเกิดขึ้นเป็นโรคเดี่ยวหรือเป็นร่วมกับโรคอื่นอย่างเช่นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังหรือโรคผิวหนังเกล็ดปลา และมักจะพบในผู้ที่มีผิวแห้งมากกว่าผิวมัน รวมถึงเป็นได้บ่อยในช่วงฤดูหนาวที่มีอากาศแห้งและเย็น

วิธีการรักษาและยาที่ใช้ในโรคขนคุด

โรคขนคุดยังเป็นโรคที่ไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดได้ในปัจจุบัน แต่อาการจะดีขึ้นเมื่อมีอายุเพิ่มมากขึ้น ส่วนการรักษาโรคขนคุดนั้นจะเป็นการรักษาเพื่อบรรเทาอาการ โดยมีจุดประสงค์ให้เคราตินที่อุดตันในรูขุมขนนั้นหลุดลอกออก และจะเริ่มเห็นผลลัพธ์หลังการรักษาได้ตั้งแต่ 1 – 3 เดือน

  • อนุพันธ์ของวิตามินเอ ช่วยในการผลัดเอาโปรตีนเคราตินที่อุดตันให้หลุดออก แต่อาจทำให้ผิวหนังระคายเคืองหรืออักเสบได้ ควรเลือกใช้ยาที่มีความเข้มข้นต่ำก่อนและทาก่อนนอนเท่านั้น
  • ยาสเตียรอยด์ ใช้เฉพาะช่วงที่ตุ่มขนคุดมีอาการอักเสบ แดง และคัน โดยใช้ยาเพียงระยะเวลาสั้นๆ และควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีวิธีรักษาขนคุดด้วยวิธีอื่นๆ อย่างเช่นการใช้เลเซอร์กำจัดขน เพื่อลดจำนวนตุ่มขนคุดที่เส้นขนไม่สามารถงอกได้ตามปกติ

การป้องกันและการดูแลตนเอง

เมื่อได้รับการวินิจฉัยแล้วว่าเป็นโรคขนคุด สิ่งแรกที่ควรปฏิบัติคือรักษาความชุ่มชื้นของผิวหนังด้วยการทาโลชั่นบำรุงผิวเป็นประจำ พร้อมกับเลือกใช้สบู่อ่อนๆ อย่างเช่นสบู่เด็กเพื่อลดอาการระคายเคือง และงดการอาบน้ำอุ่น อีกทั้งให้งดการสครับผิวขณะที่กำลังเป็นขนคุด เนื่องจากจะทำให้ตุ่มขนคุดนั้นอักเสบมากขึ้น

นอกจากนี้ไม่ควรแกะหรือเกาตุ่มขนคุด เพราะจะส่งผลให้เป็นแผลแดงและอาจทำให้เลือดออกได้ อีกทั้งยังก่อให้เกิดแผลและรอยดำด้วยเช่นกัน จากนั้นควรสวมใส่เสื้อผ้าที่หลวมๆ ไม่รัดหรือเสียดสีบริเวณผิวหนังที่เป็นโรคขนคุด จึงเป็นการช่วยลดอาการบวมแดงได้อีกทางหนึ่ง

โรคขนคุดเป็นโรคที่มิอาจระบุสาเหตุที่มาได้ชัดเจน แต่เราสามารถดูแลและป้องกันในระดับเบื้องต้นได้ เช่น การกำจัดขนอย่างถูกวิธี พยายามควบคุมน้ำหนักเพื่อรักษารูปร่างไม่ให้ผิวหนังเกิดชั้นพับกัน และหากพบว่าเป็นโรคขนคุดก็ควรไปพบแพทย์ผิวหนัง เพื่อรับการรักษาด้วยวิธีที่ถูกต้องในลำดับต่อไป


5 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Lauren Rearick, 7 Products to Help Fight Annoying Ingrown Hairs (https://www.healthline.com/health/beauty-skin-care/ingrown-hair-products#1) 18 June 2019
Jon Johnson, How to treat and prevent ingrown leg hairs (https://www.medicalnewstoday.com/articles/322858.php) 23 August 2018

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม