ความรู้สุขภาพ

วิธีการบรรเทาอาการแสบร้อนกลางหน้าอก

เผยแพร่ครั้งแรก 14 ก.ย. 2018 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
วิธีการบรรเทาอาการแสบร้อนกลางหน้าอก

คุณกำลังมีอาการแสบร้อนกลางหน้าอกหรือไม่?

อาการแสบร้อนกลางหน้าอกนั้นเกิดจากการมีกรดไหลย้อน ซึ่งทำให้หลอดอาหารนั้นเกิดการระคายเคือง อาการนี้สามารถเกิดได้จากการที่เพิ่มความดันในช่องท้องซึ่งจะทำให้กรดและอาหารที่อยู่ในกระเพาะอาหารนั้นไหลย้อนขึ้นมาในหลอดอาหารนั้น เช่นการทานอาหารมากเกินไป โรคอ้วน และการตั้งครรภ์ การมีอาการเป็นบางครั้งนั้นเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้และไม่น่ากังวล แต่หากมีอาการเรื้อรังอาจทำให้เกิดความผิดปกติทางระบบย่อยอาหารเรื้อรังได้ ต่อไปนี้เป็นวิธีที่สามารถช่วยบรรเทาอาการดังกล่าวได้

เคี้ยวหมากฝรั่ง

การเคี้ยวหมากฝรั่งนั้นจะเพิ่มการผลิตน้ำลายซึ่งมีฤทธิ์เป็นเบส มันจะสามารถช่วยลดความเป็นกรดของอาหารที่ไหลย้อนขึ้นมาและทำให้เกิดอาการได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

ดื่มน้ำ

งานวิจัยหนึ่งพบว่าน้ำนั้นสามารถออกฤทธิ์ได้เร็วกว่าการทานยาหลายชนิดเพื่อเพิ่มค่าความเป็นเบสในกระเพาะและลดอาการที่เกิดขึ้น

เปลี่ยนท่าทาง

การยืนแทนการนอนหลังอาหารนั้นจะช่วยให้อาหารและกรดนั้นคงอยู่ในกระเพาะอาหารและไม่ไหลย้อนขึ้นมา ลองนอนตะแคงแทนการนอนคว่ำ และยกหัวให้สูง วิธีนี้สามารถลดอาการที่เกิดขึ้นได้มาก

ฝึกการหายใจลึกๆ

การฝึกการหายใจนั้นสามารถช่วยลดปริมาณอากาศที่กลืนเข้าไป และทำให้กล้ามเนื้อหูรูดที่หลอดอาหารส่วนล่างนั้นมีความแข็งแรงมากขึ้นและช่วยลดอาการที่เกิดขึ้น วิธีนี้สามารถทำได้ง่ายมากเพียงแค่หายใจเข้าลึกและค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกช้าๆ งานวิจัยพบว่าการฝึกการหายใจนี้สามารถช่วยลดอาการในผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อนอย่างเห็นได้ชัดภายในเวลา 4 สัปดาห์ และเมื่อมาตรวจที่เดือนที่ 9 ผู้ป่วยที่ยังฝึกการหายใจก็มีอาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ

หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดอาการ

อาหารเหล่านั้นประกอบด้วยกาแฟ ชอกโกแลต น้ำอัดลม แอลกอฮอล์ เนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากนม อาหารเผ็ด อาหารทอดและอาหารที่เป็นกรด นอกจากนั้นควรลองรับประทานอาหารที่ช่วยทำให้กระเพาะอาหารไม่ปั่นป่วน

ทานอาหารที่มีโปรตีนสูงและหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันมาก

มื้ออาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนนั้นจะสามารถเพิ่มความดันของหูรูดที่หลอดอาหารส่วนล่าง ซึ่งจะทำให้มันสามารถต้านกรดไหลย้อนได้มากขึ้น ในขณะที่อาหารที่มีไขมันสูงนั้นจะลดความดันที่หูรูดและทำให้เกิดกรดไหลย้อนได้ง่ายขึ้น

ลดน้ำหนักและรับประทานอาหารมื้อเล็กๆ

การมีน้ำหนักมักนั้นจะเพิ่มความดันต่อช่องท้องทำให้ของที่อยู่ในกระเพาะอาหารนั้นถูกดันขึ้นมาในหลอดอาหารได้ การรับประทานอาหารมื้อใหญ่นั้นๆ ก็สามารถเพิ่มความดันในช่องท้องและทำให้กรดไหลย้อนได้เช่นกัน ดังนั้นการรับประทานอาหารมื้อเล็กลงและลดน้ำหนักนั้นสามารถลดอาการแสบร้อนกลางหน้าอกได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

เลิกบุหรี่

บุหรี่นั้นมีสารเคมีที่สามารถทำลายหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างได้ และเมื่อหูรูดนี้อ่อนแอลงก็จะทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อนได้ง่ายขึ้น

จิบน้ำผสมเบกกิ้งโซดา

เบกกิ้งโซดานั้นเป็นเบสซึ่งหมายความว่ามันสามารถลดความเป็นกรดในกระเพาะอาหารได้ วิธีทำให้ผสมเบกกิ้งโซดา ½ ช้อนชาและน้ำเลมอนเล็กน้อยลงในน้ำอุ่น ½ ถ้วย อย่าลืมเติมน้ำเลมอนเพราะมันจะช่วยไล่แก๊ซที่จะเกิดหลังจากเบกกิ้งโซดาสัมผัสกระเพาะอาหาร

เมล็ด fennel

เมล็ด fennel นั้นมีส่วนประกอบอย่างน้อย 16 ชนิดที่สามารถลดการบีบตัวของกระเพาะอาหารได้ ให้ผสมเมล็ด fennel 3 ช้อนชาลงในเครื่องบดกาแฟก่อนจะใส่ในชามเก็บความร้อน เติมน้ำเดือดลงไป 3 ถ้วย ปิดฝาทิ้งไว้ 10 นาทีก่อนกรองออก วิธีนี้จะทำให้ได้ชา 3 แก้ว ให้ดื่มชา 1 ส่วนตลอดทั้งวัน และถ้าจะให้ดีควรทานตอนที่ท้องว่าง

ชาคาโมไมล์

ชาคาโมไมล์นั้นเป็นอีกหนึ่งวิธียอดนิยม โดยมีสารประกอบประมาณ 20 ชนิดที่สามารถช่วยลดการบีบตัวได้ และยังมีสารอื่นๆ ที่มีฤทธิ์กล่อมประสาทเล็กน้อย ให้ใช้ชา 1 ถุงต่อน้ำเดือด 1 ถ้วย แช่ทิ้งไว้ 10 นาทีก่อนนำถุงชาออกและดื่ม ควรรับประทานวันละ 3 ถ้วยในขณะที่ท้องว่างติดต่อกัน 2-3 สัปดาห์ ก่อนจะหยุดพัก 1-2 สัปดาห์

ผสมรสเปรี้ยวลงในรสหวาน

ให้ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนชาเข้ากับน้ำส้มสายชูจาก apple cider 1 ช้อนชาในน้ำอุ่น ดื่ม 30 นาทีก่อนที่จะรับประทานอาหารและจะช่วยให้คุณลดอาการแสบร้อนกลางหน้าอกได้

เติมสมุนไพร

มีสมุนไพรหลายชนิดที่สามารถช่วยย่อยอาหารได้เช่นมิ้นท์ dill, caraway, horse-radish, bay, fennel, tarragon, marjoram, ขมิ้น, cinnamon, ขิง และ cardamom ไม่ว่าคุณจะทำอะไรเป็นอาหาร ลองเติมสมุนไพรเหล่านี้ลงไปดูโดยเฉพาะอาหารที่อาจทำให้คุณมีอาการ


30 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
medlineplus, GERD (https://medlineplus.gov/gerd.html),
Deborah Weatherspoon, PhD, RN, CRNA, Everything You Need to Know About Acid Reflux and GERD (https://www.healthline.com/health/gerd), December 7, 2018
mayoclinic, Gastroesophageal reflux disease (GERD) (https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/gerd/symptoms-causes/syc-20361940), Oct. 23, 2019

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม