รู้ลึกทุกเรื่องเกี่ยวกับโครงสร้างกระดูก

ทำความเข้าใจองค์ประกอบของกระดูก โครงสร้าง จำนวน และปัจจัยที่มีผลต่อรูปร่างและโครงาสร้างของกระดูก
เผยแพร่ครั้งแรก 17 ม.ค. 2020 อัปเดตล่าสุด 17 พ.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
รู้ลึกทุกเรื่องเกี่ยวกับโครงสร้างกระดูก

กระดูก (Bone) เป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย หลักๆ คือเป็นโครงร่างของร่างกายและเป็นที่ยึดเกาะของกล้ามเนื้อเพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหว รวมถึงยังมีหน้าที่สำคัญอื่นๆ อีกหลายอย่าง

นอกจากนี้กระดูกหลายชิ้นยังมีรูปร่างและหน้าที่เฉพาะ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจกระดูกวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 475 บาท ลดสูงสุด 2500 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 20

ธาตุที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของกระดูก

กระดูกนับว่าเป็นอวัยวะพิเศษ เพราะสามารถสะสมแร่ธาตุไว้ได้ โดยเกิดจากการรวมตัวกันของสาร 2 ชนิดคือ

1. สารอินทรีย์ (Organic elements)

มีประมาณ 35% ของน้ำหนักกระดูกทั้งร่างกาย ได้แก่ เซลล์กระดูกชนิดต่างๆ และโปรตีนชิดต่างๆ (Matrix)

2. สารอนินทรีย์ (Inorganic elements)

มีประมาณ 65% ของน้ำหนักกระดูกทั้งร่างกาย ได้แก่ แร่ธาตุชนิดต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้กระดูกแข็งและคงรูปอยู่ได้

แร่ธาตุที่มีมาที่สุดคือ แคลเซียม ซึ่งถูกสะสมไว้ในรูปของสารประกอบของแคลเซียม เช่น แคลเซียมฟอตเฟต แคลเซียมคาร์บอเนต และแคลเซียมฟลูออไรด์

มีรายงานหลายฉบับเชื่อว่า 99% ของแคลเซียมในร่างกายถูกสะสมไว้ที่กระดูก

กระดูกกับกระดูกอ่อนต่างกันอย่างไร?

กระดูก (Bone ) กับกระดูกอ่อน (Cartilage) เป็นสิ่งที่แตกต่างกันทั้งในแง่ของโครงสร้างและหน้าที่

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจกระดูกวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 475 บาท ลดสูงสุด 2500 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 20

โดยกระดูกจะมีหน้าที่หลักคือเป็นโครงร่างของร่างกาย เป็นแหล่งสะสมแคลเซียม และผลิตเซลล์เม็ดเลือด พบได้ทั่วไปตามร่างกาย

ในขณะที่กระดูกอ่อนมีหน้าที่ช่วยให้เกิดการเคลื่อนไหวของข้อต่อได้สะดวก หรือช่วยเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวของร่างกายมักจะพบได้ที่บริเวณข้อต่อเป็นส่วนใหญ่ เช่น กระดูกอ่อนผิวข้อ หมอนรองกระดูกสันหลัง กระดูกใบหู เป็นต้น

กระดูกอ่อนจะมีความยืดหยุ่นสูงกว่า นอกจากนี้ยังไม่มีเส้นเลือดและเส้นประสาทมาเลี้ยง ทำให้ไม่สารถรับความรู้สึกได้

ดังนั้นในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมที่ผิวข้อเข่าค่อยๆ เสื่อมจึงมักจะไม่มีอาการแสดงใด เมื่อผิวข้อเสียหายมากจนเนื้อเยื่อโดยรอบได้รับความเสียหาย จึงจะมีอาการปวด ทำให้มักจะตรวจพบข้อเข่าเสื่อมในระยะรุนแรงมากกว่าระยะเริ่มต้น

กระดูกในร่างกายมนุย์มีทั้งหมดกี่ชิ้น แบ่งได้เป็นกี่ประเภท?

ในผู้ใหญ่มีกระดูกประมาณ 206 ชิ้น ส่วนในเด็กหรือทารกจะมีจำนวนกระดูกมากกว่านี้ โดยกระดูกหลายชิ้นจะค่อยๆ เชื่อมติดกันตามการเจริญเติบโตจนจำนวนลดลง

เกณฑ์การแบ่งประเภทกระดูกมีหลายเกณฑ์ เช่น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจกระดูกวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 475 บาท ลดสูงสุด 2500 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 20
  • แบ่งตามตำแหน่งในร่างกายได้เป็นกระดูกแกนกลาง (Axial bone) กับกระดูกรยางค์ (Appendicle bone)
  • แบ่งตามรูปร่างรูปทรงของกระดูกได้เป็นกระดูกยาว (Long bone) กระดูกสั้น (Short bone) กระดูกแบน (Flat bone) และกระดูกที่มีรูปร่างไม่แน่นอน (Irregular bone)

โครงสร้างของกระดูกยาวเป็นอย่างไร?

กระดูกยาว เป็นกระดูกชนิดหนึ่งที่มีโครงสร้างและหน้าที่น่าสนใจ โดยจะสามารถพบกระดูกยาวได้ตามแขนและขาของร่างกาย

กระดูกยาวจะถูกหุ้มด้วยเยื่อหุ้มกระดูก (Periosteum) ยกเว้นบริเวณที่เป็นข้อต่อ เมื่อนำกระดูกยาวมาผ่าตามแนวยาวจะเห็นโครงสร้างแบ่งออกเป็น 2 ชั้นชัดเจน

ภายนอกเป็นกระดูกแข็ง มีเนื้อกระดูกแน่น (Compact bone) มีช่องว่างน้อยมากหรือไม่สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า ในขณะที่ด้านในจะมีรูพรุนจำนวนมากลักษณะคล้ายฟองน้ำ (Spongy หรือ Cancellous bone) ซึ่งเป็นที่อยู่ของไขกระดูกมีหน้าที่สร้างเม็ดเลือดและเกล็ดเลือด

อีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจของกระดูกยาว คือ การเจริญเติบโตของกระดูกยาวนั้นจะเกิดที่บริเวณส่วนปลาย ใกล้กับหัวกระดูกเท่านั้น กระดูกจะยืดยาวออกจากบริเวณที่เรียกว่า อีพิฟิซีลเพลต (Epiphyseal plate) ไม่ได้สามารถยืดยาวออกได้ทั้งแท่ง

ปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลต่อรูปร่าง โครงสร้าง และมวลของกระดูก?

กระบวนการสร้างและกระบวนการสลายกระดูกของร่างกายนั้นเกิดขึ้นตลอดเวลา

ในวัยเด็ก กระบวนการสร้างกระดูกจะมีอัตราที่สูงกว่า ทำให้ร่างกายเจริยเติบโต แต่เมื่อพ้นช่วงที่มีมวลกระดูกมากที่สุดในชีวิต (Peak bone mass) คือประมาณอายุ 20 ต้นๆ กระบวนการสลายตัวของกระดูกจะมีมากกว่า มวลกระดูกจะค่อยๆ ลดลง โดยเฉพาะในเพศหญิงวัยหมดประจำเดือน และอาจจะรุนแรงจนส่งผลให้เกิดโรคกระดูกพรุนได้

โดยปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับรูปร่าง โครงสร้าง และมวลของกระดูก มีดังนี้

1. สารอาหารที่ได้รับ (Nutrition)

ดังที่ทราบกันดีว่า แคลเซียมมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อกระบวนการสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน

ผู้ที่ได้รับแคลเซียมอย่างเหมาะสมก็จะมีรูปร่างและมวลกระดูกที่ปกติ ในขณะที่ผู้ที่มีภาวะขาดแคลเซียมก็จะมีขนาดร่างกายเล็กและมีมวลกระดูกต่ำกว่า

2. กิจกรรมทางกาย (Physical activity)

กิจกรรมทางกายและการออกกำลังกายมีผลอย่างมากต่อการเจริญเติบโตของกระดูก

เนื่องจากกระดูกต้องการการลงน้ำหนักที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้เจริญเติบโต ในผู้ป่วยกระดูกหักก็เช่นกัน เพราะเป็นช่วงเวลาที่กระดูกกำลังซ่อมแซมตัวเองอีกครั้ง

การลงน้ำหนักที่เหมาะสมเป็นเรื่องจำเป็นมากที่จะช่วยสนับสนุนให้กระดูกติดกันดี

3. ฮอร์โมน

ฮอร์โมนหลายชนิดเกี่ยวข้องกับกระบวนการนำแคลเซียมจากกระดูกออกมาใช้ หรือนำแคลเซียมไปสะสมที่กระดูก

หากระบบฮอร์โมนผิดปกติก็จะส่งผลถึงกระบวนการดังกล่าวด้วย นอกจากนี้มีรายงานหลายฉบับยืนยันชัดเจนว่า ผู้ป่วยที่มีฮอร์โมนผิดปกติ เช่น โกรทฮอร์โมน (Growth hormone) จะทำให้กระดูกผิดรูป มีมือและใบหน้าใหญ่กว่าปกติ

ในทางกลับกัน หากขาดฮอร์โมนบางชนิดก็จะทำให้ร่างกายแคระแกร็นได้

4. วิตามินดีและตัวรับวิตามินดี (Vitamin D receptor)

วิตามินดีและตัวรับวิตามินดี เป็นสิ่งที่ทุกคนได้รับถ่ายทอดจากบรรพบุรุษทางพันธุกรรม

ในระยะหลังๆ นี้มีรายงานหลายฉบับชี้ให้เห็นถึงความเกี่ยวข้องระหว่างวิตามินดีกับการสะสมแคลเซียม โดยหากร่างกายได้รับแคลเซียมเพียงพอ แต่ขาดวิตามินดี กระบวนการสร้างความแข็งแรงของกระดูกก็จะมีปัญหา

ถึงแม้ว่าวิตามินดีจะสร้างได้โดยร่างกายเมื่อได้รับการกระตุ้นจากแสงแดด แต่ก็มีผู้ป่วยจำนวนมากที่ยังคงมีปัญหาเรื่องความแข็งแรงของกระดูก

ในเรื่องนี้มีรายงานว่าถึงแม้ร่างกายจะผลิตวิตามินดีได้ในปริมาณที่เหมาะสม แต่หากเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการรับวิตามินที่ควบคุมโดยยีนที่ถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษมีปัญหา ก็จะทำให้ไม่สามารถดูดซึมวิตามินดีไปใช้ได้ และส่งผลถึงความแข็งแรงของกระดูก


3 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
กู้เกียรติ ทุดปอ. Anatomy of Musculoskeletal System. กายวิภาควิทยาศาสตร์และสรีรวิทยาพื้นฐานสำหรับงานสาธารณสุข.
Schiller AL, Teitelbaum SL. Bones and joints. In: Rubin E, Farber JL, editor. Pathology. 3rd ed. Philadelphia: Lippincott-Raven; 1999.
Porter GA, Gurley M, Roth SI. Bone. In: Sternberg SS, editor. Histology for pathologist. 2nd ed. Philadelphia: Lippincott-Raven; 1997.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม