เส้นเสียง คืออะไร มีอะไรเป็นอันตรายกับเส้นเสียงบ้าง?

เส้นเสียง สิ่งที่อยู่ในกล่องเสียงซึ่งทำให้เกิดเสียงแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
เผยแพร่ครั้งแรก 16 ก.ค. 2019 อัปเดตล่าสุด 5 ส.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
เส้นเสียง คืออะไร มีอะไรเป็นอันตรายกับเส้นเสียงบ้าง?

หลายคนคงเคยสงสัยว่า เส้นเสียงคืออะไร อยู่บริเวณไหน ทำงานอย่างไรถึงทำให้เกิดเสียงขึ้นมาได้ และมีอาการผิดปกติใดของเส้นเสี้ยงบ้างที่หากเกิดขึ้นแล้วต้องไปพบแพทย์ คำถามเหล่านี้คงสงสัยกันมากขึ้นโดยเฉพาะเวลาตอนที่มีเสียงแหบหลังจากเป็นไข้หวัด หรือตอนที่ใช้เสียงมากๆ ไปร้องคาราโอเกะ ไปสถานบันเทิง เป็นต้น นอกจากนี้บางอาชีพที่ต้องใช้เสียงมาก เช่น คุณครู, นักร้อง, ผู้ประกาศข่าว จะมีวิธีการรักษาเส้นเสียงอย่างไรให้ใช้ได้ดีเสมอ ไม่กระทบกับงานของตน สามารถหาคำตอบได้จากบทความดังต่อไปนี้

เส้นเสียงคืออะไร อยู่ตรงไหนของร่างกาย?

เส้นเสียง (Vocal cords หรือ Vocal folds) อยู่ภายในกล่องเสียง (Larynx) และอยู่เหนือสุดต่อจากหลอดลม (Trachea) เกิดจากเนื้อเยื่อเกี่ยวพันหลายชนิดรวมกันขึ้นมาเป็นเส้นเสียง มีจำนวนสองเส้น สีขาวมุก วางทำมุมกันเป็นรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว โดยยอดสามเหลี่ยมชี้ออกมาทางด้านหน้า

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจ DNA วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 5605 บาท ลดสูงสุด 3895 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 53

เส้นเสียงถูกควบคุมจากมัดกล้ามเนื้อเรียบหลายมัดทำงานสอดคล้องกัน ทำให้เปิดปิดได้อย่างสมมาตร เส้นประสาทที่มีความสำคัญต่อการควบคุมมัดกล้ามเนื้อเรียบ คือแขนงของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 10 (Recurrent laryngeal nerve) หากเส้นประสาทนี้ได้รับการกระทบกระเทือนหรือเสียหาย จะมีผลกระทบต่อเส้นเสียงโดยตรง

เส้นเสียงสำคัญต่อร่างกายเราแค่ไหน ทำหน้าที่อะไร?

เมื่อเราหายใจเข้า อากาศจะผ่านโพรงจมูก คอหอย กล่องเสียง เส้นเสียง หลอดลม ลงไปในปอดเพื่อแลกเปลี่ยนก๊าซ จากนั้นช่วงที่เราหายใจออก หากเราต้องการเปล่งเสียงออกมา อากาศจะเดินทางกลับออกมาทางเดิม ผ่านเส้นเสียงที่ปิดแคบลงตามการควบคุมของมัดกล้ามเนื้อ แล้วเกิดการสั่นสะเทือน ได้ยินออกมาเป็นเสียงนั่นเอง ดังนั้นเส้นเสียงจึงทำหน้าที่เป็นแหล่งกำเนิดเสียง ซึ่งแต่ละบุคคลจะมีขนาดและลักษณะของเส้นเสียงที่ต่างกันออกไป รวมถึงขนาดและลักษณะของทางเดินหายใจ เช่น ภายในลำคอ โพรงจมูก ช่องปาก ลิ้น ที่ต่างกันออกไป ทำให้เสียงแต่ละคนแตกต่างกัน เป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล

นอกจากนี้ ในผู้ชายยังมีขนาดเส้นเสียงที่หนาและยาวกว่าผู้หญิง เสียงของผู้ชายจึงมีลักษณะที่ทุ้มกว่าผู้หญิง และในเด็ก เมื่อเทียบกับผู้ใหญ่แล้วจะประกอบด้วยชั้นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่น้อยกว่า บางกว่า และจะค่อยๆ พัฒนาในช่วงอายุ 6-12 ปีจนเจริญเต็มที่ในช่วงปลายวัยรุ่น จึงเป็นสาเหตุว่าเสียงเด็กนั้นแหลมเล็กกว่าผู้ใหญ่ และมีเสียงแตกหนุ่ม-แตกสาว ในช่วงวัยรุ่นนั่นเอง

มีอันตรายหรือโรคอะไร ที่เกิดกับเส้นเสียงได้บ้าง?

โรคของเส้นเสียงและกล่องเสียงมีจำนวนมาก มีทั้งที่ไม่เป็นอันตรายสามารถหายได้เอง และที่เป็นอันตรายควรไปพบแพทย์ ซึ่งจะขอยกตัวอย่างดังต่อไปนี้

กล่องเสียงอักเสบ (Laryngitis

เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อในทางเดินหายใจ การใช้เสียงที่มากจนเกินไป การหายใจเอาสิ่งระคายเคืองเข้าไป มีกรดไหลย้อน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดการอักเสบของกล่องเสียงได้ ทำให้เสียงแหบและมีอาการเจ็บคอ อาการเหล่านี้อาจบรรเทาได้จากการลดสิ่งกระตุ้นต่างๆ ที่กล่าวไป พักการใช้เสียง ดื่มน้ำอุ่นๆ หากอาการไม่ดีขึ้นควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและให้การรักษาอื่นๆ ต่อไป ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นานจนเกินไปเพราะจะทำให้เส้นเสียงอักเสบติดเชื้อรุนแรงตามมาได้

ตุ่มเนื้อที่เส้นเสียง (Vocal nodule

เป็นตุ่มเนื้องอกที่ไม่ใช่มะเร็งลักษณะกลมๆ ขนาดเล็ก อยู่บนเส้นเสียง โดยส่วนใหญ่จะเกิดบนเส้นเสียงทั้งสองเส้น เกิดจากการใช้เสียงมาก พบได้บ่อยในอาชีพที่ต้องใช้เสียงมากๆ เช่น คุณครู นักร้อง ผู้ประกาศข่าว เป็นต้น อาการของโรคนี้คือจะมีเสียงแหบบ่อยเป็นๆ หายๆ อาการเสียงแหบมักจะสัมพันธ์กับการใช้เสียง การวินิจฉัยโรคนี้ต้องอาศัยเครื่องมือในการส่องลงไปตรวจบริเวณเส้นเสียง และควรได้รับการรักษาจากแพทย์

เส้นเสียงเป็นอัมพาต (Vocal cord paralysis) 

คือ อาการที่เส้นเสียงหนึ่งหรือทั้งสองเส้นไม่ขยับเปิดหรือปิดอย่างเหมาะสม โรคนี้มีระดับความรุนแรงตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ เนื่องจากการไอหรือจามไม่สามารถกำจัดเชื้อโรคที่อยู่ภายในปอดออกมาได้อย่างปกติ ทำให้ปอดอักเสบติดเชื้อรุนแรงได้ อาการที่พบในโรคนี้ ได้แก่ เสียงเปลี่ยน เสียงหาย เสียงแหบแห้ง เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อไวรัสบางชนิด มีก้อนกดเบียดเส้นประสาทที่มาควบคุมเส้นเสียง การได้รับบาดเจ็บในระหว่างใส่ท่อช่วยหายใจ การผ่าตัดต่อมไทรอยด์ การได้รับบาดเจ็บบริเวณคอ เป็นต้น การวินิจฉัยและรักษาโรคนี้ควรได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

วิธีการรักษาเส้นเสียงที่ถูกต้องเป็นอย่างไร?

วิธีการป้องกันเส้นเสียงก่อนที่จะมีการอักเสบหรือเป็นโรคต่างๆ คือ การฝึกพูดอย่างถูกวิธี ไม่ตะโกนหรือใช้เสียงดังจนเกินไป ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่สูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงการหายใจในที่มีมลพิษหรือสิ่งระคายเคือง หลีกเลี่ยง ไม่คลุกคลีกับผู้ที่มีการติดเชื้อในทางเดินหายใจ แต่ถ้ามีอาการเสียงแหบ เสียงหาย หรือมีเสียงที่เปลี่ยนไปแล้ว ควรไปพบแพทย์เพื่อที่จะได้รับการตรวจรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสม


3 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Christian Nordqvist, Vocal cord paralysis: Treatment and more, (https://www.medicalnewstoday.com/articles/188993.php), 11 January 2018.
Rishi Vashishta, Vocal Cord and Voice Box Anatomy, (https://emedicine.medscape.com/article/1948995-overview), 30 November 2017.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม