โรคเอสแอลอีหรือโรคพุ่มพวง (Systemic Lupus Erythematosus: SLE)

โรคเอสแอลอี (SLE) หรือโรคพุ่มพวงคืออะไร?
เผยแพร่ครั้งแรก 3 เม.ย. 2020 อัปเดตล่าสุด 17 พ.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
โรคเอสแอลอีหรือโรคพุ่มพวง (Systemic Lupus Erythematosus: SLE)

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • โรคเอสแอลอีหรือโรคพุ่มพวง คือโรคแพ้ภูมิตัวเองที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติและเข้าใจว่าเนื้อเยื่อในร่างกายคือสิ่งแปลกปลอม จึงทำลายเนื้อเยื่อตัวเอง
  • อาการของโรคเอสแอลอีสามารถเกิดได้หลายระบบในร่างกาย เช่น ปวดข้อ ผิวเป็นผื่นแพ้แสง หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ปวดหัว มีปัญหาความจำ
  • โรคเอสแอลอีแต่ละคนนั้นมีอาการแตกต่างกัน บางคนอาจมีอาการตลอด หรือมีอาการเป็นครั้งคราวเท่านั้น ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค
  • แม้โรคเอสแอลอีจะไม่ใช่โรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม แต่หากคนในครอบครัวมีประวัติเป็น ก็อาจมีโอกาสเป็นได้เช่นกัน
  • ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่สามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดโรคหรืออาการแพ้ได้ (ดูแพ็กเกจตรวจภูมิแพ้ได้ที่นี่)

โรคเอสแอลอีหรือโรคพุ่มพวง เป็นโรคหนึ่งที่พบได้บ่อยในกลุ่มโรคแพ้ภูมิตนเอง (Autoimmune disease) มาจากภูมิคุ้มกันของร่างกายซึ่งโดยปกติจะทำหน้าที่ต่อสู้กับเชื้อโรค เกิดความผิดปกติ ไปเข้าใจว่าเนื้อเยื่อของร่างกายตนเองเป็นเซลล์แปลกปลอม จึงเกิดการทำลายเนื้อเยื่อตนเอง ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง

อาการแสดงที่เกิดจากภูมิคุ้มกันทำลายตนเองมีในหลายระบบด้วยกัน เช่น อาการทางข้อ ผิวหนัง ไต ระบบเลือด สมอง หัวใจ ปอด

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ทำเลสิกวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 0 บาท ลดสูงสุด 25650 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

นอกจากนี้ ในผู้ป่วยบางรายอาจเกิดโรคได้จากสิ่งกระตุ้นบางอย่าง เช่น การติดเชื้อ ยาบางชนิด รวมทั้งแสงแดด

โรค SLE อาการเป็นอย่างไร?

โรค SLE อาจวินิจฉัยได้ยาก เนื่องจากอาการและอาการแสดงอาจคล้ายโรคอื่นๆ

อาการแสดงที่เด่นของโรค SLE เช่น ผื่นที่หน้า ซึ่งมักเป็นบริเวณแก้ม 2 ข้างและสันจมูก คล้ายรูปผีเสื้อ พบได้บ่อยแต่อาจไม่ได้จำเป็นต้องพบในคนไข้ทุกราย

อาการและอาการแสดงของโรค SLE ในผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความแตกต่างกัน และอาการอาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลันหรือค่อยๆ เกิด รวมถึงอาจมีระดับความรุนแรงที่ต่างกัน ตั้งแต่รุนแรงน้อยจนถึงมาก ยิ่งไปกว่านั้น อาจมีอาการกำเริบเพียงชั่วคราว เป็นๆ หายๆ หรือมีอาการอย่างถาวรก็ได้

อาการและอาการแสดงของโรค SLE ในแต่ละคนนั้น ขึ้นอยู่กับว่าโรคมีผลต่ออวัยวะใดในร่างกาย

อาการที่พบบ่อย ได้แก่

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ทำเลสิกวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 0 บาท ลดสูงสุด 25650 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

  • อ่อนเพลีย
  • เป็นไข้
  • ปวดข้อ
  • ผื่นรูปผีเสื้อที่หน้าที่เกิดจากมีผื่นที่แก้มทั้งสองข้างและสันจมูก
  • ผื่นบริเวณอื่นๆ ของร่างกาย
  • ผื่นแพ้แสง
  • ปลายมือปลายเท้าซีดหรือม่วงเมื่อโดนอากาศเย็นหรือมีภาวะเครียด (Raynaud’s phenomenon)
  • หายใจลำบาก
  • เจ็บหน้าอก
  • ตาแห้ง
  • ปวดศีรษะ
  • สับสน
  • มีปัญหาความจำ

สาเหตุของโรค SLE

โรคเอสแอลอีเกิดจากผลของระบบภูมิคุ้มกันที่มีต่อเนื้อเยื่อปกติในร่างกาย ซึ่งอาจมีผลจากทั้งพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม

ในผู้ป่วยบางรายพบว่า หากมีประวัติของคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ และมีสิ่งแวดล้อมบางอย่างกระตุ้น อาจทำให้เกิดโรคได้ อย่างไรก็ตาม โรค SLE ไม่ใช่โรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม

สิ่งกระตุ้นต่างๆที่อาจทำให้เกิดโรค ได้แก่

  • แสงแดด การถูกแสงแดดอาจทำให้เกิดผื่น (ผื่นแพ้แสง) หรือการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายบางอย่าง
  • การติดเชื้อ การติดเชื้ออาจเป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดโรค SLE หรือทำให้โรคในช่วงสงบเกิดการกำเริบได้
  • ยาบางชนิด โรค SLE สามารถถูกกระตุ้นด้วยยาบางชนิด เช่น ยาลดความดันโลหิต ยากันชัก ยาปฏิชีวินะ เป็นต้น ซึ่งโดยทั่วไป คนไข้ SLE ที่เกิดจากการกระตุ้นจากยา เมื่อหยุดยามักจะทำให้โรคดีขึ้น อาจมีคนไข้ส่วนน้อยที่อาการยังคงอยู่แม้จะหยุดยาแล้ว

ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรค SLE

ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรค SLE ได้แก่ เพศหญิง อายุ (มักเกิดในคนอายุระหว่าง 15-45 ปี) เชื้อชาติที่อาจพบมากกว่า ได้แก่ แอฟริกัน-อเมริกัน ฮิสแปนิก และเอเชียน-อเมริกัน

SLE ติดต่อได้หรือไม่?

โรค SLE มิได้เป็นโรคติดต่อ แต่เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ

SLE ลงไต ลงกระดูก เป็นอย่างไร?

ดังที่กล่าวเบื้องต้นว่า การอักเสบจากโรค SLE อาจเป็นได้ในอวัยวะหลายระบบในร่างกาย รวมทั้งไตและกระดูกก็เช่นกัน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ทำเลสิกวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 0 บาท ลดสูงสุด 25650 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

ผลต่อระบบต่างๆ ในร่างกายจากโรคเอสแอลอี เช่น

  • ทำให้เกิดผลเสียหายรุนแรงต่อไต ไตวาย จนอาจเป็นสาเหตุการตายในโรค SLE ได้
  • มีผลต่อระบบประสาทและสมอง โดยอาจมีอาการปวดศีรษะ มึนศีรษะ พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง ปัญหาด้านการมองเห็น ภาวะชัก รวมทั้งปัญหาเกี่ยวกับความจำ
  • สามารถทำให้เกิดผลต่อระบบเลือด เช่น ภาวะซีด เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดเลือดออกหรือลิ่มเลือดอุดตัน รวมทั้งการเกิดเส้นเลือดอักเสบ (Vasculitis)
  • เพิ่มความเสี่ยงที่ทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อหุ้มปอด (Pleurisy) รวมทั้งอาจเกิดปอดอักเสบได้ด้วย
  • สามารถทำให้เกิดการอักเสบต่อกล้ามเนื้อหัวใจ เส้นเลือดเลี้ยงหัวใจ หรือเยื่อหุ้มหัวใจ
  • โรค SLE อาจทำให้การหล่อเลี้องของเลือดไปที่กระดูกเป็นไปได้ไม่ดี ทำให้เกิดการตายของเนื้อเยื่อกระดูก (Avascular necrosis) ทำให้เกิดเปราะแตกหักตั้งแต่เล็กๆ น้อยๆ ในกระดูกจนกระทั่งรุนแรงได้

SLE รักษาหายหรือไม่?

ในปัจจุบันอาจยังไม่มีวิธีรักษาโรค SLE จนหายสนิท แต่มีวิธีรักษาเพื่อควบคุมอาการได้

การรักษานั้นขึ้นกับอาการและอาการแสดงของคนไข้แต่ละราย โดยอาจมีการใช้ยากดภูมิ ยากดการอักเสบ ยาต้านโรคมาลาเรีย หรือยาทางชีววัตถุอื่นๆ ซึ่งมีความซับซ้อน และต้องคอยติดตามกับแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

SLE ถ้าเป็นแล้ว จะมีชีวิตอยู่ได้นานเท่าไร?

โรค SLE เป็นโรคเรื้อรังที่สามารถมีระยะกำเริบ ทำให้เกิดอาการแย่ลงได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่รับการรักษา สามารถมีชีวิตยืนยาวตามปกติได้

เมื่อเป็นโรค SLE ควรปฏิบัติตนอย่างไร?

คนไข้ควรพบแพทย์ติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้โรคแย่ลง หรือป้องกันการกำเริบซ้ำ

ปกป้องผิวจากรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดด เนื่องจากอาจเป็นตัวกระตุ้นให้โรคเกิดการกำเริบได้ โดยใช้ครีมกันแดด SPF สูงอย่างน้อย 50+ ขึ้นไปเป็นประจำ ใส่หมวกหรือเสื้อแขนยาวกางเกงขายาวเพื่อปกคลุมร่างกายจากแสงแดด

รวมถึงควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่สูบบุหรี่ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

ดูแพ็กเกจตรวจภูมิแพ้ เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจเหล่านี้ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @hdcoth และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


3 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Bolognia, JL., Jorizzo, JJ., Schaffer, JV., Callen, JP., Cerroni, L., Heymann, WR., Schwarz, T. (2012). Dermatology, 3rd edition. London: Elsevier.
Jaime Herndon, What is systemic lupus erythematosus? (https://www.healthline.com/health/systemic-lupus-erythematosus), 15 August 2016.
Mayo Clinic Staff, Mayo clinic, Lupus (https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/lupus/symptoms-causes/syc-20365789), 25 October 2017.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม