กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD

ปวดข้อ อาการกวนใจที่ปล่อยไว้ไม่ดีแน่!

พาไปทำความรู้จักกับอาการปวดข้อ สาเหตุเกิดจากอะไร เมื่อเกิดขึ้นแล้วควรทำอย่างไรดี
เผยแพร่ครั้งแรก 18 ก.ย. 2018 อัปเดตล่าสุด 22 ธ.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
ปวดข้อ อาการกวนใจที่ปล่อยไว้ไม่ดีแน่!

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • อาการปวดข้อ สามารถเกิดขึ้นได้กับข้อต่อทั่วร่างกาย ตั้งแต่ข้อต่อเล็กๆ อย่างนิ้วมือ นิ้วเท้า ข้อมือ ไปจนถึงข้อต่อขนาดใหญ่อย่างข้อไหล่ ข้อเข่า ข้อสะโพก
  • อาการปวดข้อ เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น อุบัติเหตุ ความเสื่อมตามอายุ การทำงาน การเล่นกีฬา การยกของหนัก การติดเชื้อ หรือโรคบางชนิด
  • เมื่อมีอาการปวดข้อ ควรพักใช้ข้อต่อที่มีอาการปวด ซึ่งปกติแล้ว อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง แต่หากมีอาการปวดข้อเรื้อรัง ข้ออักเสบ หรือบวมแดง ควรไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม
  • การรักษาอาการปวดข้อ แบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆ การประคับประคองตามอาการ และการรักษาที่ต้นเหตุของอาการ
  • เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจรักษา หรือผ่าตัดกระดูกและข้อ

อาการปวดข้อ (Joint pain) เป็นอาการที่พบได้ในทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ และอาการปวดอาจเกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน หรือแบบเรื้อรังก็ได้

ความรุนแรงของอาการปวดข้อนั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุ และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ทำให้หลายครั้ง อาการปวดข้ออาจรบกวนการทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน หรืออาจถึงขั้นทำให้เคลื่อนไหวลำบาก

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
รักษา ผ่าตัด กระดูกและข้อวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 1940 บาท ลดสูงสุด 154500 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 19

ดังนั้นเมื่อเกิดอาการปวดข้อแล้ว ควรรีบรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะนอกจากจะสร้างความทรมานแล้ว ยังส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวอีกด้วย

ลักษณะของอาการปวดข้อ

อาการปวดข้อนั้นเกิดขึ้นได้กับข้อต่อทั่วร่างกาย ตั้งแต่ข้อต่อเล็กๆ อย่างนิ้วมือ นิ้วเท้า ข้อมือ ไปจนถึงข้อต่อขนาดใหญ่อย่างข้อไหล่ ข้อเข่า ข้อสะโพก

ความรุนแรงของอาการปวดข้อนั้นจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางคนอาจปวดเฉพาะเวลาขยับข้อต่อดังกล่าว และปวดแบบเป็นๆ หายๆ ในขณะที่บางคนอาจรู้สึกปวดตลอดเวลา 

นอกจากนี้อาการปวดข้อยังอาจมาพร้อมกับอาการอื่นๆ ที่สัมพันธ์กับสาเหตุของโรคได้ เช่น มีไข้จากการติดเชื้อ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามร่างกาย ข้อต่อบวม แดง หรือร้อน เป็นต้น

สาเหตุของอาการปวดข้อ

อาการปวดข้อเกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่

  • เกิดอุบัติเหตุ เช่น ลื่นล้ม โดยอาการปวดจะเกิดกับข้อต่อที่กระทบกระเทือนเท่านั้น
  • เป็นความเสื่อมตามอายุ ซึ่งอาการปวดพบได้กับข้อต่อทั่วร่างกาย โดยเฉพาะข้อเข่า และข้อกระดูกสันหลัง จะพบอาการปวดบ่อยในผู้สูงอายุ
  • การทำงาน หรือออกแรงที่ข้อต่อซ้ำๆ เป็นเวลานาน เช่น ผู้ที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์ จะพบอาการปวดข้อมือ ข้อนิ้ว และข้อหัวไหล่ได้บ่อย
  • การเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายอย่างหนัก ทำให้ข้อต่อเฉพาะส่วนถูกใช้งานมาก เช่น คนเล่นเทนนิสอาจพบอาการปวดข้อไหล่กับข้อศอกได้
  • ข้อต่อรับน้ำหนักมากเกินไป พบในคนที่ยกของหนักบ่อยๆ หรือคนที่มีน้ำหนักตัวมาก
  • มีการติดเชื้อที่ข้อต่อ ทำให้ข้ออักเสบ ซึ่งเชื้อโรคมักลุกลามมาจากแผลที่ผิวหนัง
  • อาการจากการติดเชื้อบางชนิด เช่น ไวรัสไข้หวัดใหญ่ หรือแบคทีเรียโรคหนองใน
  • โรคออโตอิมมูน หรือโรคภูมิต้านทานตัวเอง เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis)
  • โรคเกาต์ (Gout) หรือเกาต์เทียม
  • มีความผิดปกติของกระดูก เช่น โรคกระดูกพรุน หรือมะเร็งกระดูก
  • เป็นผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะไอโซไนอาซิด (Isoniazid) 

การรักษาอาการปวดข้อ

การรักษาอาการปวดข้อจะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆ ได้แก่ การประคับประคองตามอาการ และการรักษาที่ต้นเหตุของอาการ ซึ่งสามารถใช้การรักษาแบบผสมผสานทั้ง 2 ส่วนได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
รักษา ผ่าตัด กระดูกและข้อวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 1940 บาท ลดสูงสุด 154500 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 19

1. การประคับประคองตามอาการ

การประคับประคองตามอาการ คือการดูแลรักษาโดยมีเป้าหมายในการลดความทุกข์ทรมานจากอาการที่เกิดขึ้น มีหลายวิธี เช่น 

  • ใช้ยาบรรเทาอาการปวด มีทั้งรูปแบบยากิน ยาทา ยาพ่น และแผ่นแปะแก้ปวด สามารถลดอาการได้ในระยะหนึ่ง
  • รับประทานยาคลายกล้ามเนื้อ ใช้เมื่อเกิดกล้ามเนื้อหดเกร็ง ทำให้ข้อต่อถูกกดทับ และมีอาการปวด
  • ทำกายภาพบำบัด เพื่อบริหารกล้ามเนื้อและข้อต่อ รวมถึงช่วยให้การเคลื่อนไหวข้อต่อดีขึ้น

2. การรักษาที่ต้นเหตุของอาการ 

วิธีการรักษาจะขึ้นอยู่กับโรคที่เป็นสาเหตุ เช่น 

  • หากอาการปวดเกิดจากโรคไข้หวัดใหญ่ รักษาด้วยยาต้านไวรัส และยาแก้ปวดลดไข้ 
  • หากเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย รักษาด้วยยาปฏิชีวนะ
  • หากเกิดจากข้อต่อเสื่อม รักษาด้วยการทำกายภาพบำบัดเพื่อบริหารข้อต่อ และอาจจำเป็นต้องทำการผ่าตัดด้วย

การดูแลตัวเองเมื่อมีอาการปวดข้อ

  • พักใช้ข้อต่อที่มีอาการปวด โดยเฉพาะหากข้อบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ หรือจากการทำงาน
  • หากมีอาการข้ออักเสบ บวมแดง แบบเฉียบพลัน ให้ประคบเย็นที่ข้อต่อเพื่อลดอาการบวม และบรรเทาอาการปวด
  • หากมีอาการข้ออักเสบเรื้อรัง ให้ใช้การประคบร้อนวันละ 2-3 ครั้ง เพื่อให้เลือดไหลเวียนบริเวณข้อต่อได้ดี และช่วยให้การเคลื่อนไหวดีขึ้น
  • หากมีอาการปวดข้อรุนแรง สามารถรับประทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล ได้
  • ออกกำลังกายเบาๆ เพื่อบริหารข้อต่อ ตามคำแนะนำของแพทย์ หรือนักกายภาพบำบัด ไม่ควรไม่ออกกำลังกายเลย เพราะจะทำให้อาการปวดข้อรุนแรงขึ้นได้ โดยจะทำให้สูญเสียความยืดหยุ่น และทำให้กล้ามเนื้อที่รองรับและป้องกันข้อต่ออ่อนแรงลง
  • รักษา หรือควบคุมโรคที่เป็นสาเหตุของอาการปวดอย่างเหมาะสม

การป้องกันอาการปวดข้อ

  • ระมัดระวังไม่ให้เกิดอุบัติเหตุที่กระทบกระเทือนข้อต่อ หากต้องเล่นกีฬาหรือทำงานที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ ควรใช้อุปกรณ์ป้องกัน เช่น สนับ หรือตัวพยุงข้อ
  • หลีกเลี่ยงการออกแรงที่ข้อ หรือการทำงานที่ต้องใช้ข้ออย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดพัก
  • หลีกเลี่ยงการยกของหนักเป็นประจำ
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • ออกกำลังกายอย่างถูกวิธี เพื่อบริหารข้อต่อให้แข็งแรงและยืดหยุ่น โดยผู้ที่มีอาการปวดข้อ ควรเลือกออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่ำ เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เดินบนพื้นราบ
  • ในช่วงที่มีอาการปวดข้อ ควรหลีกเลี่ยงท่าออกกำลังกายที่ส่งผลกระทบต่อข้อเข่ามาก เช่น สควอท (Squats) หรือเดดลิฟต์ (Deadlift)
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่ช่วยบำรุงกระดูกและข้อ เช่น นมที่มีแคลเซียมสูง 

จะเห็นได้ว่า สาเหตุของอาการปวดข้อส่วนใหญ่มักเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม การหลีกเลี่ยงการทำพฤติกรรมดังกล่าวจึงช่วยป้องกันการเกิดอาการปวดข้อได้มาก

นอกจากการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมแล้ว ทุกคนควรที่จะดูแลตนเองควบคู่ไปด้วย โดยการออกกำลังกายอยู่เสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี

เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจรักษา หรือผ่าตัดกระดูกและข้อ จากคลินิกและโรงพยาบาลใกล้คุณ และไม่พลาดทุกการอัปเดตเรื่องสุขภาพและโปรโมชั่นเมื่อกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


6 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Harvard Health Publishing, Protecting your joints (https://www.health.harvard.edu/staying-healthy/protecting-your-joints), 22 December 2020.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม