การตรวจกรองทางพันธุกรรมด้วยวิธี PGS คืออะไร?
การตรวจกรองทางพันธุกรรมในเอ็มบริโอทำได้หลายวิธี แต่ในบทความนี้จะกล่าวถึงวิธีที่ใช้วิเคราะห์จำนวนโครโมโซมเท่านั้น เรียกว่าวิธี Pre-Implantation Genetic Screening ซึ่งเป็นเครื่องมือการวินิจฉัยที่ช่วยระบุว่า เอ็มบริโอใดมีจำนวนโครโมโซมในเซลล์ปกติ และควรนำเข้าสู่มดลูก
จุดเด่นและจุดด้อยของ PGS
สามารถเปรียบได้ตามตารางด้านล่างนี้
ตรวจภาวะมีบุตรยากวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 392 บาท ลดสูงสุด 63%
จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!
จุดเด่น – จุดด้อย ของ Pre-Implantation Genetic Screening
จุดเด่น | จุดด้อย |
---|---|
|
|
กระบวนการตรวจทางพันธุกรรมด้วย PGS
การตรวจ PGS จะต้องทำในห้องปฏิบัติการ โดยจะทำการแยกเซลล์ 5 - 7 เซลล์ ออกมาจากเอ็มบริโอระยะบลาสโตซิสต์ และส่งเซลล์ไปเข้าเครื่องตรวจเพื่อวิเคราะห์จำนวนโครโมโซมในเอ็มบริโอ จากนั้นจึงส่งผลกลับมายังคลินิก เพื่อรายงานว่าเอ็มบริโอจัดอยู่ในลักษณะใด ได้แก่
- มีจำนวนโครโมโซมปกติ (Euploid)
- มีจำนวนโครโมโซมผิดปกติ (Aneuploid)
- มีลักษณะก้ำกึ่งระหว่าง Euploid และ Aneuploid (Mosaic)
หลังจากที่ได้รับผลแล้ว ทางคลินิกจะแจ้งผลแก่ผู้ป่วย และตัดสินใจว่าจะนำเอ็มบริโอใดเข้าสู่มดลูกต่อไป
การเลือกเอ็มบริโอเพื่อนำเข้าสู่มดลูก
การที่เอ็มบริโอจะเจริญเป็นทารกได้ จะต้องมีโครโมโซมครบถ้วน ดังนั้น เอ็มบริโอที่เป็น Euploid มีโอกาสนำไปสู่การคลอดทารกที่สมบูรณ์ได้มากที่สุด จึงควรถูกนำเข้าสู่มดลูกก่อน
ส่วนเอ็มบริโอที่เป็น Mosaic ก็อาจนำไปสู่การคลอดทารกได้เช่นกัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ และอาจมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่เอ็มบริโอที่เป็น Aneuploid แทบทั้งหมด ไม่สามารถนำไปสู่การคลอดทารกที่สมบูรณ์ได้เลย และถึงแม้จะเจริญเป็นทารกได้ เด็กที่คลอดออกมาก็มักมีปัญหาสุขภาพอยู่ดี
ปรึกษาเภสัช สั่งยา ฟรีค่าส่งทั่วประเทศ*
แชทกับเภสัชกรฟรี! 9 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน พร้อมรับส่วนลดค่ายา 5% HDmall ออกค่าส่งให้สูงสุด 40 บาท

ประโยชน์ของการตรวจทางพันธุกรรมด้วย PGS
ประโยชน์ของการตรวจทางพันธุกรรมด้วย PGS มีประโยชน์ดังนี้
- เอ็มบริโอที่ผ่านการตรวจทางพันธุกรรมด้วย PGS ก่อนนำเข้าสู่มดลูก จะมีโอกาสฝังตัวและคลอดสำเร็จสูงกว่ามาก
- การตรวจ PGS และพบว่าเอ็มบริโอมีโครโมโซมปกติ จะมีโอกาสนำเอ็มบริโอเดี่ยวเข้าสู่มดลูกได้มากกว่า เพราะการนำเอ็มบริโอเดี่ยวเข้าสู่มดลูก โอกาสที่จะเกิดครรภ์แฝดจะมีเพียง 1% เท่านั้น แต่หากนำเอ็มบริโมากกว่าหนึ่งอเข้าสู่มดลูก โอกาสเกิดครรภ์แฝดจะสูงถึง 30% ซึ่งการคลอดทารกแฝดอาจเป็นอันตรายทั้งต่อแม่และทารกได้
- การตรวจ PGS คือสามารถทราบเพศของเอ็มบริโอได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับคลินิกด้วยว่าจะยินยอมเปิดเผยหรือไม่
ข้อเสียของการตรวจทางพันธุกรรมด้วย PGS
การตรวจพันธุกรรมของเอ็มบริโอด้วย PGS มีข้อเสียดังนี้
- PGS เป็นเพียงวิธีการตรวจทางพันธุกรรม ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนแปลงคุณภาพของเอ็มบริโอ การตรวจด้วย PGS จึงไม่ได้ช่วยเพิ่มโอกาสที่เอ็มบริโอจะเจริญเป็นทารกและคลอดออกมาได้สมบูรณ์ รวมถึงไม่ได้เพิ่มโอกาสสำเร็จในการทำ IVF
- ความถูกต้องของผลการตรวจ PGS มีกรณีศึกษาที่พบว่าผู้เข้ารับการตรวจ IVF กลุ่มหนึ่ง (ในช่วงอายุเท่าๆ กัน และรักษาในคลินิกที่ห่างกันเพียง 15 ไมล์) ที่รับการตรวจ PGS จากห้องปฏิบัติการกลางคนละแห่ง กลับได้รับผลตรวจที่แตกต่างกันอย่างมาก (ตามรายละเอียดในภาพด้านล่าง) ทำให้หลายคนกลัวว่าเอ็มบริโอที่มีคุณภาพดี (Euploid) อาจถูกวินิจฉัยว่าเป็นเอ็มบริโอผิดปกติ (Aneuploid) ซึ่งส่งผลเสียต่อผู้เข้ารับการตรวจ IVF ที่มีอายุมาก บางคนอาจท้อแท้จนล้มเลิกความตั้งใจจะมีลูกไปเลย

ที่มาของข้อมูล
PGS Genetic Screening of Embryos (https://www.fertilityiq.com/courses/ivf-in-vitro-fertilization/pgs-genetic-screening-of-embryos#what-is-pgs-genetic-screening)