กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD

เห็บ อันตรายเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม

รวมสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับเห็บ ทั้งอาการ วิธีป้องกัน วิธีรักษา เพราะเห็บเป็นสัตว์ขนาดเล็ก ที่อาจทำอันตรายคุณและสัตว์เลี้ยงได้โดยไม่รู้ตัว
เผยแพร่ครั้งแรก 15 พ.ค. 2020 อัปเดตล่าสุด 17 พ.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
เห็บ อันตรายเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • เห็บ (Tick) เป็นสัตว์จำพวกเดียวกับแมงมุม แมงป่อง และไร มีขนาดประมาณปลายปากกาจนถึงปุ่มรีโมต
  • เห็บมักอาศัยอยู่ตามพุ่มหญ้า พุ่มไม้ ในสภาพอากาศร้อนชื้น เมื่อคนหรือสัตว์เดินผ่านพุ่มไม้ที่มีเห็บอาศัยอยู่ เห็บจะเกาะติดตามขา และหาบริเวณที่เหมาะสมเพื่อดูดเลือด
  • คนที่ถูกเห็บกัด มักมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น ผื่นคัน รอยจุดแดง หรืออาจปวดแสบปวดร้อน แต่หากมีอาการแพ้ คล้ายกับไข้หวัดใหญ่ ให้รีบพบแพทย์ทันที
  • เมื่อเห็นเห็บเกาะตามร่างกาย ให้ใช้แหนบคีบตรงปากของเห็บและดึงออก จากนั้นใช้ยาปฏิชีวะบริเวณแผล
  • เปรียบเทียบราคาตรวจภูมิแพ้ได้ที่นี่

เห็บ เป็นสัตว์ที่สามารถพบได้ทั่วไปโดยเฉพาะฤดูร้อนถึงฤดูใบไม้พลิ และอาจทำอันตรายกับทั้งมนุษย์รวมถึงสัตว์เลี้ยง ดังนั้นในบทความนี้จะพามารู้จักกับเห็บ อาการของคนที่ถูกเห็บกัด วิธีรักษา และวิธีหลีกเลี่ยงการถูกเห็บกัด

เห็บคืออะไร?

เห็บ ภาษาอังกฤษคือ Tick เป็นสัตว์จำพวก Arachnida ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับแมงมุม แมงป่อง และไร มีขนาดเล็กประมาณปลายปากกา จนถึงปุ่มบนรีโมตโทรทัศน์

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจโควิด-19 (COVID-19) วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 1188 บาท ลดสูงสุด 7500 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 48

โดยส่วนมากเห็บมักหากินโดยอาศัยการกัดเจาะเลือดในสัตว์ 4 ขา เช่น หนู กวาง สุนัข รวมถึงคนด้วย

วงจรชีวิตของเห็บ

เห็บมีวงจรชีวิตหลักๆ 4 ระยะ ดังนี้

  • ระยะที่ 1 วางไข่ (Egg) รอการฟักตัว
  • ระยะที่ 2 เกิดเป็นตัวอ่อน (Larva)
  • ระยะที่ 3 ออกหากิน (Nymph) ซึ่งเป็นระยะที่มักพบว่าเกาะตามตัวสิ่งมีชิวิตชนิดอื่น
  • ระยะที่ 4 ช่วงโตเต็มวัย (Adult) ระยะนี้เห็บจะดูดเลือดจนตัวใหญ่ สังเกตเห็นได้ง่าย

เห็บมีวิธีหากินที่แตกต่างกับแมลงจำพวกอื่นที่เกาะตามร่างกาย เพราะเห็บจะเจาะติดอยู่นานหลายวัน ไม่เหมือนยุงที่ดูดเลือดแล้วเคลื่อนย้ายไปที่อื่น

หากถูกเห็บกัดแล้วไม่กำจัดออก เห็บจะสามารถเกาะอยู่ได้นานถึง 10 วัน และอาจเป็นพาหะของโรคไลม์ (Lyme disease) ได้อีกด้วย

เห็บมาจากไหน?

เห็บมักอาศัยอยู่ตามป่า พุ่มไม้ ต้นหญ้า ใบไม้ ต้นไม้ทั้งขนาดเล็กและใหญ่ มักแพร่กระจายได้เป็นจำนวนมากในช่วงฤดูใบไม้พลิ และฤดูร้อน

ปัจจัยที่ทำให้พื้นที่ต่างๆ มีเห็บชุกคือความชื้นและแหล่งน้ำ แต่เห็บจะแพร่พันธุ์ได้ช้าในสภาพอากาศแห้ง หนาว เนื่องจากวงจรชีวิตของเห็บจะดำเนินไปได้ช้าลง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจโควิด-19 (COVID-19) วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 1188 บาท ลดสูงสุด 7500 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 48

หากมีสัตว์เลี้ยงไปสัมผัสถูกพุ่มไม้ที่เห็บเกาะอยู่ เห็บอาจกระโดดเข้าสู่ตัวของสัตว์ชนิดนั้นโดยเฉพาะสุนัข ดังนั้นหากสุนัขเลี้ยงของคนไปรับเห็บมาจากการวิ่งเล่นในสวน แล้วมาสัมผัสกับผิวหนังของคน เห็บอาจกระโดดเข้าสู่ผิวหนังคนและกัดคนได้เช่นกัน

อาการของคนที่ถูกเห็บกัด

โดยปกติ เห็บจะหาตำแหน่งที่อุณหภูมิอุ่นๆ ของร่างกาย ก่อนจะกัดดูดเลือด เช่น รักแร้ ตีนผม ขาหนีบ

แต่เนื่องจากเห็บในระยะออกหากินมักมีขนาดเล็กมาก ดังนั้นเมื่อกัดคนเข้า ระยะแรกผู้ถูกกัดจึงอาจไม่มีอาการใดๆ เลย จนกระทั่งอาการเริ่มพัฒนาไปสักระยะ จึงค่อยมีอาการดังนี้

  • รู้สึกคัน ไม่สบายตัว
  • ปวดแสบปวดร้อน
  • มีจุดแดงขึ้นบริเวณที่กัด
  • อาจมีอาการปวดคล้าบปวดข้อในบางคน

แต่สำหรับคนที่มีอาการแพ้หรือผิวไวต่อสิ่งแปลกปลอม อาจมีอาการดังต่อไปนี้ตั้งแต่แรกๆ

  • ผื่นขึ้นบริเวณที่ถูกกัด
  • หายใจหอบถี่
  • บวม
  • ปวดหัว มึนหัว
  • มีไข้
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • กรณีรุนแรง อาจมีอาการอัมพาตบางส่วน

แม้อาการแพ้รุนแรงดังกล่าวจะพบได้ค่อนข้างน้อย แต่อาการจะค่อนข้างรุนแรง ดังนั้นหากมีอาการแพ้ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

วิธีดึงเห็บออกจากตัว

หากสังเกตเห็นเห็บอยู่บนร่างกาย ไม่ว่าจะคนหรือสัตว์เลี้ยง ควรรีบนำออกโดยทันที เพราะเห็บจะใช้เวลา 24 ชั่วโมงในการแพร่เชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกาย โดยอาจทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจโควิด-19 (COVID-19) วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 1188 บาท ลดสูงสุด 7500 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 48
  1. ให้หาแหนบถอนขนขนาดเล็ก หากไม่มีแหนบให้ใช้ถุงมือแทน ไม่ควรจับเห็บด้วยมือเปล่า เนื่องจากอาจถูกกัดซ้ำ

  2. หนีบเห็บบริเวณที่ใกล้ปากของเห็บมากที่สุด เนื่องจากการหนีบที่ลำตัวเห็บ อาจทำให้ของเหลวรวมถึงเชื้อโรคภายในตัวเห็บ ถูกพ่นกลับเข้าไปในผิวหนังของเราได้

  3. ดึงเห็บออกช้าๆ ออกมาตรงๆ ไม่ควรบิดเห็บไปมา เพราะอาจทำให้เขี้ยวหักฝังอยู่ในเนื้อ และอาจเกิดการติดเชื้อตามมาในที่สุด

  4. หากดึงเห็บออกแล้วยังเห็นส่วนใดส่วนหนึ่งของเห็บฝังอยู่ในเนื้อของคนหรือสัตว์เลี้ยงที่ถูกเห็บกัด ให้ใช้แหนบดึงส่วนใดส่วนหนึ่งนั้นออกด้วยวิธีเดียวกัน

  5. ให้นำเห็บใส่ขวดยาหรือถุงที่มีซิปล็อกปิดสนิท เขียนวันที่ที่พบเห็บและตำแหน่งที่ถูกกัดติดไว้ที่ขวดยาหรือซองที่ใส่เห็บนั้นด้วย จากนั้นนำไปแช่ช่องแช่แข็งในตู้เย็นอย่างน้อย 10 วัน หากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นในภายหลัง เช่น อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ให้ไปพบแพทย์พร้อมกับตัวเห็บด้วย

  6. ล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาด จากนั้นหาเห็บบริเวณอื่นๆ ของร่างกายต่อ เพราะอาจมีการแพร่กระจายของเห็บมากกว่า 1 ตำแหน่ง

  7. หากไม่พบเห็บแล้ว อาจปรึกษาเภสัชกรในการใช้ยาปฏิชีวนะตำแหน่งที่ถูกกัดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

อย่างไรก็ตาม เห็บมีกลไกการยึดติดผิวหนังที่แน่นมาก ด้วยเขี้ยวที่มีลักษณะคล้ายเบ็ดตกปลา รวมถึงสารคัดหลั่งที่ทำให้สามารถยึดติดผิวหนังได้

ดังนั้น เห็บบางตัวอาจเล็กเกินกว่าที่จะใช้แหนบดึงออกมาได้ด้วยตัวเอง ควรไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ทำการดึงเห็บออกจากผิวหนังให้

วิธีการป้องกันเห็บ

แม้อันตรายจากการถูกเห็บกัดจะมีค่อนข้างน้อย แต่วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการก็คือการป้องกันไม่ให้เห็บกัดตั้งแต่แรก ดังนั้นอาจทำตามวิธีต่อไปนี้ เมื่อมีความเสี่ยงที่จะถูกเห็บกัด

  • หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีใบไม้ใบหญ้าจำนวนมาก

  • หากมีความจำเป็นต้องเข้าใกล้พื้นที่ที่มีใบไม้ใบหญ้า พยายามเลือกเส้นทางที่มีการถางไว้แล้ว

  • ควรสวมกางเกงขายาวที่สามารถสอดชายกางเกงเข้าไปในรองเท้าบู๊ทได้

  • คอยทำความสะอาด ตัดแต่งสวนในบ้านอยู่เสมอ ไม่ให้สนามหญ้ายาวเกินไปหรือรกเกินไป

  • อาจใช้ยากันยุงทั่วไปที่มีส่วนผสมของสาร N,N-diethyl-meta-toluamide หรือที่นิยมเรียกกันว่า DEET ซึ่งหาได้ทั่วไปตามท้องตลาด

หากใช้สารป้องกัน DEET ควรเลือกตราสินค้าที่น่าเชื่อถือ เพราะสินค้าบางชนิดอาจทำให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวได้

ข้อควรระวังเกี่ยวกับเห็บ

เห็บสามารถเป็นพาหะนำเชื้อแบคทีเรียได้ รวมถึงยังมีขนาดเล็กทำให้สังเกตเห็นได้ยาก ดังนั้นทุกครั้งหลังจากสัมผัสพื้นที่เสี่ยงจะถูกเก็บเกาะ เช่น ป่า สวน หรือพุ่มหญ้า ควรรีบอาบน้ำล้างสบู่ให้ทั่วทันที

เนื่องจากในระยะแรก เห็บอาจยังไม่ได้เจาะติดลงไปในผิวหนัง ทำให้ล้างออกได้ง่าย แต่หากสังเกตเห็นเห็บและเริ่มมีอาการเหมือนไข้หวัดใหญ่ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะนั่นอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้

ดูแพ็กเกจตรวจภูมิแพ้ เปรียบเทียบราคา โปรโมชันล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจเหล่านี้ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @hdcoth และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


3 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Healthline, Tick Bites: Symptoms and Treatments, (https://www.healthline.com/health/tick-bites), 27 May 2017.
MedicineNet, Tick (Tick Bites), (https://www.medicinenet.com/ticks/article.htm).
Medical health news today, How to remove a tick, (https://www.medicalnewstoday.com/articles/301761), 23 july 2018.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม