ยานอนหลับ แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร?

รู้จักยานอนหลับประเภทต่างๆ และผลข้างเคียงก่อนเลือกใช้ตามความเหมาะสม
เผยแพร่ครั้งแรก 22 มิ.ย. 2018 อัปเดตล่าสุด 17 พ.ย. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 20 มี.ค. 2019 เวลาอ่านประมาณ 5 นาที
ยานอนหลับ แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร?

ยานอนหลับ เป็นตัวช่วยสำหรับผู้ที่มีปัญหานอนไม่หลับในช่วงที่เครียด เวลาเดินทาง หรือเมื่อมีสิ่งเร้ารบกวนการนอน แต่สำหรับผู้ที่มีภาวะนอนไม่หลับระยะยาวนั้น การเรียนรู้ถึงสาเหตุและบำบัดด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนถือเป็นวิธีรักษาที่ปลอดภัยและให้ผลดีที่สุด

หากคุณประสบปัญหานอนไม่หลับอยู่บ่อยครั้ง คุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมทันที เพราะบางครั้งอาการที่เกิดขึ้นอาจเป็นผลมาจากปัญหาสุขภาพบางอย่างได้ โดยในเบื้องต้นแพทย์มักให้ผู้ป่วยที่นอนไม่หลับเข้ารับการบำบัดด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น กำหนดตารางเวลานอนหลับ ออกกำลังกายเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการบริโภคคาเฟอีนและการนอนกลางวัน รวมถึงจัดการกับความเครียดเพื่อช่วยลดความรุนแรงของอาการนอนไม่หลับ แต่ก็มีบางกรณีที่อาจต้องใช้ยานอนหลับเข้าช่วยด้วย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจโควิด-19 (COVID-19) วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 4275 บาท ลดสูงสุด 2275 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 48

สาเหตุที่แพทย์ไม่แนะนำให้ใช้ยานอนหลับต่อเนื่องเป็นระยะยาวนั้น เนื่องจากยานอนหลับทุกประเภทล้วนมีความเสี่ยงในการใช้ โดยเฉพาะกับผู้ที่มีภาวะสุขภาพบางอย่าง เช่น ผู้ป่วยโรคตับหรือโรคไต คุณจึงต้องปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาทุกครั้ง

หลักการเลือกใช้ยานอนหลับ

ยานอนหลับช่วยให้คุณนอนหลับง่ายและหลับได้ยาวนานขึ้น ซึ่งความเสี่ยงและประโยชน์จากการใช้ยานอนหลับแต่ละประเภทอาจแตกต่างกันไป ก่อนจ่ายยานอนหลับแพทย์จึงต้องประเมินอาการและอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้ยาแต่ละชนิดให้ผู้ป่วยได้ทราบ และร่วมตัดสินใจเลือกตัวยาที่เหมาะสม ซึ่งมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

  • สอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมการนอนหลับในช่วงที่ผ่านมา เพื่อทราบถึงรูปแบบการนอนหลับ
  • ทดสอบเพื่อตรวจหาปัญหาสุขภาพที่อาจเป็นต้นเหตุให้นอนหลับยากขึ้น
  • อธิบายเกี่ยวกับตัวเลือกยานอนหลับแต่ละประเภท รวมไปถึงความถี่ ช่วงเวลาที่ต้องกินยา และรูปแบบของยา เช่น ยาเม็ด ยาเม็ดละลายน้ำ หรือสเปรย์พ่นปาก
  • จ่ายยานอนหลับตามระยะเวลาเพื่อให้เห็นว่ายาที่ใช้มีประโยชน์และมีผลข้างเคียงอย่างไรบ้าง
  • ให้คุณลองใช้ยานอนหลับชนิดอื่น ในกรณีที่ใช้ยานอนหลับตัวแรกจนครบระยะเวลาที่กำหนดไว้แล้วแต่ยังไม่ได้ผล
  • ช่วยเลือกยานอนหลับที่ดีที่สุด โดยคำนึงจากราคาที่ถูกที่สุดมากกว่ายี่ห้อของยา

ประเภทของยานอนหลับ

ยานอนหลับที่แพทย์นิยมให้ใช้ มีดังนี้

ทำให้เข้าสู่ภวังค์การนอน

  • Estazolam (เอสตาโซแลม)
  • Eszopiclone (เอสโซปิโคลน)
  • Ramelteon (ราเมลทีออน)
  • Temazepam (เทมาซีแพม)
  • Triazolam (ไตรอาโซแลม)
  • Zaleplon (ซาเลปลอน)
  • Zolpidem (โซลพิเดม)
  • Zolpidem (โซลพิเดม) ชนิดออกฤทธ์ช้า
  • Suvorexant (ยาซูโวแรกซ์แซน)

ช่วยให้นอนหลับยาวนาน

  • Doxepin (ด็อกเซปิน)
  • Estazolam (เอสตาโซแลม)
  • Eszopiclone (เอสโซปิโคลน)
  • Temazepam (เทมาซีแพม)
  • Zolpidem (โซลพิเดม) ชนิดออกฤทธ์ช้า
  • Suvorexant (ยาซูโวแรกซ์แซน)

มีผลทำให้เกิดการติดยา

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจโควิด-19 (COVID-19) วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 4275 บาท ลดสูงสุด 2275 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 48
  • Estazolam (เอสตาโซแลม)
  • Eszopiclone (เอสโซปิโคลน)
  • Temazepam (เทมาซีแพม)
  • Triazolam (ไตรอาโซแลม)
  • Zaleplon (ซาเลปลอน)
  • Zolpidem (โซลพิเดม)
  • Zolpidem (โซลพิเดม) ชนิดออกฤทธ์ช้า
  • Suvorexant (ยาซูโวแรกซ์แซน)

ผลข้างเคียงของยานอนหลับ

ควรสอบถามเกี่ยวกับผลข้างเคียงของยานอนหลับแต่ละชนิดก่อนตัดสินใจใช้ ตัวอย่างผลข้างเคียงที่พบได้จากการใช้ยานอนหลับ ได้แก่

  • รู้สึกเวียนศีรษะจนอาจทำให้ทรงตัวไม่อยู่และหกล้ม
  • ปวดศีรษะ
  • มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องร่วง และคลื่นไส้
  • มีอาการง่วงนอนยาวนาน และจะง่วงมากหากใช้ยาที่มีฤทธิ์ช่วยคงการนอนหลับ
  • เกิดปฏิกิริยาแพ้ยารุนแรง เช่น ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น และลำคอบวม เกิดผื่น ลมพิษ หายใจลำบาก เป็นต้น
  • รู้สึกง่วงในระหว่างวันมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายได้ เช่น ง่วงในขณะขับรถจนหลับใน หรือง่วงขณะรับประทานอาหารจนสำลัก
  • มีปัญหาในการใช้ชีวิตและการจดจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างวัน

ฤทธิ์ระงับประสาทกับยาต้านภาวะซึมเศร้า

บางครั้งยานอนหลับที่แพทย์จ่ายให้ก็มีไว้สำหรับการรักษาโรคซึมเศร้าเป็นหลัก แต่สามารถใช้รับมือกับภาวะนอนไม่หลับได้เช่นกัน (หากใช้ในปริมาณต่ำ) แม้ว่าแพทย์ส่วนมากจะใช้ยาเหล่านี้กับผู้ป่วยโรคนอนไม่หลับ แต่องค์การอาหารและยาก็ไม่ได้รับรองว่ายาเหล่านี้จะใช้กับภาวะนอนไม่หลับได้จริง อย่างไรก็ตาม หากการนอนไม่หลับเป็นผลมาจากโรคซึมเศร้าหรือโรควิตกกังวล การให้ยาต้านซึมเศร้าเหล่านี้ก็จะช่วยลดอาการนอนไม่หลับและอาการซึมเศร้าได้ในเวลาเดียวกัน

ตัวอย่างยาต้านเศร้าที่มีฤทธิ์ช่วยให้นอนหลับดี เช่น

ผลข้างเคียงของยาต้านภาวะซึมเศร้าที่มีฤทธิ์ระงับประสาท

การใช้ยาต้านซึมเศร้าที่มีฤทธิ์ระงับประสาทและช่วยให้นอนหลับ อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อไปนี้

ความปลอดภัยของยานอนหลับ

ยานอนหลับที่แพทย์จ่ายให้ ยานอนหลับที่หาซื้อได้เอง และยาต้านภาวะซึมเศร้าที่ช่วยให้นอนหลับบางประเภท อาจไม่ปลอดภัยสำหรับสตรีมีครรภ์ สตรีที่กำลังให้นมบุตร และผู้สูงอายุ เนื่องจากฤทธิ์ของยาจะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการหกล้มในช่วงกลางคืนได้ หากเป็นผู้สูงอายุ แพทย์จะเลือกจ่ายยานอนหลับในปริมาณต่ำ เพื่อลดความเสี่ยงข้อนี้ 

ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น โรคไต ความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นผิดปกติ หรือมีประวัติการชักมาก่อน ก็ไม่ควรใช้ยานอนหลับเช่นกัน อีกทั้งยาอาจทำปฏิกิริยากับยารักษาโรคตัวอื่นที่กำลังใช้อยู่ได้ เพื่อความปลอดภัย ก่อนใช้ยาควรแจ้งให้แพทย์ทราบถึงยา วิตามิน อาหารเสริม และสมุนไพรที่กำลังใช้ทุกชนิด และปฏิบัติตามคำแนะนำการใช้ยาของแพทย์อย่างเคร่งครัด

การรับประทานยานอนหลับ

หากลองทุกวิถีทางเพื่อให้สามารถนอนหลับตอนกลางคืนได้อย่างปกติแล้วยังไม่ได้ผล การใช้ยานอนหลับก็อาจเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ช่วยได้ โดยมีคำแนะนำการใช้ยาเพื่อความปลอดภัยดังนี้

  • เข้ารับการประเมินทางการแพทย์ ก่อนที่จะตัดสินใจใช้ยานอนหลับ ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่ทำให้นอนไม่หลับ
  • อ่านคำแนะนำบนฉลากยาอย่างละเอียด เพื่อให้ทราบถึงวิธีใช้และระยะเวลาการใช้ยาที่เหมาะสม รวมไปถึงผลข้างเคียงสำคัญๆ ที่อาจเกิดขึ้น จึงควรอ่านฉลากยาโดยละเอียด หากคุณมีคำถาม ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ทันที
  • ห้ามกินยานอนหลับจนกว่าคุณจะเข้านอน ยาจะทำให้คุณรู้สึกตัวน้อยลง ซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อสถานการณ์อันตรายต่างๆ จึงควรงดทำกิจกรรมต่างๆ หลังรับประทานยานอนหลับ
  • กินยานอนหลับก่อนนอนเพื่อให้นอนได้เต็มที่ ให้ใช้ยาเมื่อคุณต้องการนอนให้สนิททั้งคืน หรืออย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง ส่วนการใช้ยานอนหลับปริมาณน้อยๆ ที่มีไว้เพื่อให้ตื่นขึ้นกลางดึกก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4 ชั่วโมงจึงจะตื่น
  • สังเกตผลข้างเคียงของยา หากคุณรู้สึกวิงเวียน ง่วงนอนระหว่างวัน หรือประสบกับผลข้างเคียงอื่นๆ จากยาค่อนข้างมาก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเปลี่ยนปริมาณยาที่ใช้ทันที ห้ามเปลี่ยนชนิดยานอนหลับเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากคุณไม่มีทางทราบว่ายาตัวใหม่จะส่งผลต่อคุณอย่างไรบ้าง
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ห้ามผสมยานอนหลับเข้ากับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เด็ดขาด เพราะแอลกอฮอล์แม้เพียงปริมาณเล็กน้อยก็สามารถเพิ่มฤทธิ์กล่อมประสาทของยาได้ ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกเวียนศีรษะ สับสน หรืออาจถึงขั้นหมดสติ อีกทั้งการผสมสารทั้งสองเข้าด้วยกันอาจทำให้การหายใจช้าลงหรือส่งผลต่อการตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ ได้ ซึ่งนับว่าอันตรายมาก นอกจากนั้นแอลกอฮอล์ยังเป็นตัวแปรที่ทำให้เกิดภาวะนอนไม่หลับอีกด้วย
  • ใช้ยานอนหลับตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด ยาบางตัวที่แพทย์ให้ใช้ มีไว้สำหรับใช้จัดการอาการนอนไม่หลับในช่วงสั้นๆ เท่านั้น ห้ามใช้ยาที่ได้รับมาเกินปริมาณที่แพทย์กำหนดเด็ดขาด
  • หยุดยาอย่างระมัดระวัง เมื่อพร้อมจะหยุดใช้ยานอนหลับ ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเภสัชกรหรือแพทย์ หรือคำแนะนำบนฉลากยา ยาบางตัวต้องค่อยๆ ถอนยาอย่างช้าๆ และการถอนยาอาจก่อให้เกิดอาการนอนไม่หลับในช่วงหลังจากนั้นไม่กี่วันได้

หากคุณยังประสบกับปัญหาในการนอนหลับอย่างต่อเนื่อง แม้จะได้รับยานอนหลับแล้ว คุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอรับความช่วยเหลือเพิ่มเติม ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เป็นอันขาด เพราะอาการนอนไม่หลับนั้นร้ายกาจกว่าที่คุณคิด โดยสามารถส่งผลต่อทั้งสุขภาพกายและใจ ทำให้ไม่มีสมาธิ ประสิทธิภาพการทำงานลดลง และมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคซึมเศร้า ยิ่งไปกว่านั้นยังเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคเรื้อรังอย่างความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจตามมาได้ 


2 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Prescription sleeping pills: What's right for you? (https://www.mayoclinic.org/dis...)
Melinda Ratini, DO, MS, Drugs to Treat Insomnia (https://www.webmd.com/sleep-di...)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
ทำหัวนมชมพู สักหัวนมชมพู ทางเลือกสำหรับสาวๆ อยากหน้าอกสวย
ทำหัวนมชมพู สักหัวนมชมพู ทางเลือกสำหรับสาวๆ อยากหน้าอกสวย

ทำหัวนมชมพู สักหัวนมชมพู คืออะไร ต้องเตรียมตัวอย่างไร ราคาเท่าไร อันตรายหรือเปล่า?

อ่านเพิ่ม