นพ. ปัญญาวุฒิ ลิ้มสุขวัฒน์ แพทย์เฉพาะทางด้านสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา
เขียนโดย
นพ. ปัญญาวุฒิ ลิ้มสุขวัฒน์ แพทย์เฉพาะทางด้านสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา

มดลูกโตเกิดจากอะไร เป็นแล้วห้ามกินอะไรบ้าง?

มดลูกโต ภาวะที่เกิดได้จากหลายสาเหตุ มาดูกันว่าหากเป็นมดลูกโตแล้วจะยังตั้งครรภ์ได้หรือไม่ ควรกินอะไร หลีกเลี่ยงอะไร จึงจะไม่ทำให้อาการกำเริบขึ้น
เผยแพร่ครั้งแรก 17 ม.ค. 2020 อัปเดตล่าสุด 17 พ.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที
มดลูกโตเกิดจากอะไร เป็นแล้วห้ามกินอะไรบ้าง?

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • ภาวะมดลูกโต คือภาวะที่มดลูกขยายตัวมากกว่าปกติ ไม่ว่าจะโดยธรรมชาติหรือผิดปกติโดยอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น การตั้งครรภ์ เนื้องอกมดลูก ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ มะเร็งของอวัยวะสืบพันธุ์ภายในของผู้หญิง เป็นต้น
  • ผู้ที่มีภาวะเนื้องอกในมดลูกอาจมีอาการปวดประจำเดือนมากจนทนไม่ไหว มีลิ่มเลือดเท่าลูกปิงปองออกมาขณะมีประจำเดือน ท้องอืด ท้องเฟ้อ เพราะก้อน ท้องบวม ท้องโต ปวดเชิงกราน ช่องท้อง และอาจคลำพบก้อนที่ท้องน้อย
  • หากมดลูกโตจากเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ยังสามารถตั้งครรภ์ได้ หากสาเหตุที่ทำให้มดลูกโตเป็นมดลูกโตจากเนื้องอกต้องพิจารณาที่ชนิด ขนาด ตำแหน่ง และจำนวนของเนื้องอกมดลูก
  • ผู้ป่วยที่มีมดลูกโตจากทุกสาเหตุควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นกากใย ไฟเบอร์ เลี่ยงของที่ปริมาณไขมันมากๆ หรือพลังงานสูง ซึ่งจะนำมาถึงระดับฮอร์โมนต่างๆในร่างกายผิดปกติไปได้ 
  • ดูแพ็กเกจตรวจภายในได้ที่นี่

มดลูกคือส่วนหนึ่งของอวัยวะสืบพันธ์ภายในของผู้หญิง ซึ่งจะประกอบไปด้วย มดลูกที่อยู่ตรงกลาง ปีกมดลูกสองข้างซ้ายและขวา และที่ปลายแต่ละข้างจะมีรังไข่อยู่

ตัวของมดลูกนั้นจะมีลักษณะเหมือนลูกแพรกลับหัว ขนาด 3-4 และ 2.5 นิ้ว และโดยปกติจะอยู่บริเวณลึกเข้าไปข้างในใต้กระดูกหัวหน่าวที่เราคลำได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจ DNA วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 5605 บาท ลดสูงสุด 3895 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 53

ภาวะมดลูกโต คือภาวะที่มดลูกมีการขยายตัวมากกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นโดยธรรมชาติหรือภาวะผิดปกติ โดยอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย

เมื่อเกิดภาวะมดลูกโตขึ้น จะนำมาซึ่งภาวะรู้สึกไม่สบายตัว อึดอัด รู้สึกหนักบริเวณช่องท้องส่วนล่างเหมือนมีอะไรถ่วง หรือรู้สึกมีก้อนอะไรลอยอยู่ในท้องตอนนอนราบก็ได้

ภาวะมดลูกโตอาจมีสาเหตุจากสิ่งที่ไม่มีอันตรายร้ายแรง แต่หากมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีเลือดออกผิดปกติบริเวณช่องคลอด มีอาการปวดบริเวณกระดูกเชิงกราน ไข้สูง ตกขาวผิดปกติร่วม หรือน้ำหนักลดอย่างผิดสังเกต ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพราะอาจมีสาเหตุที่ทำให้มดลูกโดยแบบที่เป็นอันตรายร้ายแรง

สาเหตุที่ทำให้มดลูกโต

ภาวะมดลูกโตหรือมีขนาดใหญ่ขึ้นผิดปกติ อาจมาจากสาเหตุต่อไปนี้

1. การตั้งครรภ์

เมื่อมีการตั้งครรภ์ มดลูกจะขยายตัวใหญ่ขึ้นได้ถึง 1,000 เท่า เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของเด็กในท้อง

ฉะนั้นถ้ารู้สึกว่ามดลูกโตร่วมกับประจำเดือนขาด ก็สามารถซื้อที่ตรวจการตั้งครรภ์มาตรวจเองก่อนเบื้องต้นที่บ้านได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจ DNA วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 5605 บาท ลดสูงสุด 3895 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 53

2. เนื้องอกมดลูก

เนื้องอกมดลูกเป็นเนื้องอกที่สามารถโตได้จากทั้งภายนอกและภายในมดลูก

ผู้หญิง 80% เผชิญกับอาการเนื้องอกมดลูกเมื่ออายุ 50 ปี

เนื้องอกมดลูกส่วนใหญ่มักไม่ใช่เนื้อร้าย แต่มักส่งผลให้มีเลือดประจำเดือนออกมาก ปวดท้องมากระหว่างมีประจำเดือน เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ และปวดหลัง

แต่ถ้าเนื้องอกมดลูกมีขนาดเล็กก็อาจจะไม่มีอาการแสดงออกมา

3. ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

มดลูกโตอาจมาจากภาวะที่เยื่อบุโพรงมดลูกแทรกตัวเข้าไปในกล้ามเนื้อของผนังมดลูก

ผู้ป่วยจะมีอาการปวดประจำเดือนอย่างมาก และ/หรือเลือดประจำเดือนออกมากกว่าปกติ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจ DNA วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 5605 บาท ลดสูงสุด 3895 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 53

เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่นี้สามารถเกิดได้ที่มดลูกทั้งหมด หรือเกิดขึ้นเฉพาะจุด มดลูกจะโตขึ้นกว่าปกติ 2-3 เท่า

โดยอาการของผู้ป่วยจะคล้ายคลึงหรือทับซ้อนหรือเกิดร่วมกับโรคเนื้องอกมดลูกได้

4. มะเร็งของอวัยวะสืบพันธุ์ภายในของผู้หญิง

มะเร็งมดลูก มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก และมะเร็งปากมดลูก ต่างก็เป็นสาเหตุที่ทำให้มดลูกโตผิดปกติได้

ผู้ป่วยจะมีอาการมีเลือดออกจากช่องคลอดในช่วงที่ไม่ได้มีประจำเดือน เจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ ปวดปากช่องคลอด ปวดขณะปัสสาวะ ตกขาวออกผิดปกติ ทั้งปริมาณสีกลิ่น มีไข้ หรือน้ำหนักขึ้นหรือลดอย่างผิดสังเกต

ในที่นี้จะกล่าวถึงภาวะเนื้องอกในมดลูกเป็นหลัก กล่าวคือ เนื้องอกในมดลูกคือการเจริญเติบโตมากผิดปกติของเซลล์กล้ามเนื้อมดลูก ทำให้มีขนาดใหญ่จนแทรกหรือยื่นจากมดลูกปกติ ทำให้มดลูกโตขึ้น

บางทฤษฎีสันนิษฐานว่า ฮอร์โมนเพศหญิงเป็นตัวเร่งการเจริญเติบโตที่มดลูก มีส่วนเร่งให้เนื้องอกโตขึ้น

เพราะพบว่าส่วนใหญ่เนื้องอกในมดลูกจะมีขนาดเล็กลงหลังวัยหมดประจำเดือน มักเกิดเพียงก้อนเดียวหรือหลายๆ ก้อน และหลายๆ ขนาดแตกต่างกันออกไป

นอกจากนี้ คนที่รับประทานเนื้อแดงมาก รับประทานผักใบเขียว ผลไม้ หรือผลิตภัณฑ์จากนมน้อย และดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ จะมีความเสี่ยงในการเกิดเนื้องอกมดลูกมากขึ้น

อาการผู้มีภาวะเนื้องอกในมดลูก

ผู้มีเนื้องอกในมดลูก สาเหตุหนึ่งของมดลูกโต มักมีอาการต่อไปนี้

  • ปวดท้องประจำเดือนมากผิดปกติและปวดมากขึ้นเรื่อยๆ จนทนไม่ไหว
  • มีลิ่มเลือดขนาดใหญ่เท่าลูกปิงปองออกมาขณะมีประจำเดือน หรืออาการคล้ายตกเลือดขณะมีประจำเดือน
  • มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เพราะก้อนเนื้อที่มีขนาดใหญ่จะส่งผลให้คนไข้รู้สึกอึดอัดแน่นท้อง
  • ท้องบวม ท้องโต ปวดเชิงกรานและช่องท้อง
  • ปัสสาวะบ่อย เพราะมดลูกเบียดกระเพาะปัสสาวะ
  • คลำพบก้อนที่ท้องน้อย หากก้อนเนื้องอกโตมากๆ ท้องอาจดูใหญ่เหมือนกำลังตั้งครรภ์
  • เจ็บปวดมากขณะมีเพศสัมพันธ์ เนื่องจากก้อนเนื้องอกอาจโตจนยื่นเข้าไปในช่องคลอด หรืออาจเป็นเนื้องอกตรงปากมดลูก
  • อยู่ในภาวะมีบุตรยากและแท้งบุตรง่าย เนื่องจากเนื้องอกที่โตเข้าไปในมดลูกอาจทำให้ท่อนำไข่อุดตันและขัดขวางการฝังของตัวอ่อน

เป็นมดลูกโต สามารถตั้งครรภ์ได้หรือไม่?

เป็นมดลูกโตแล้วจะตั้งครรภ์ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้มดลูกโต เช่น หากเป็นมดลูกโตจากเนื้องอก การจะดูว่าผู้ป่วยสามารถตั้งครรภ์ได้หรือไม่นั้น ต้องพิจารณาที่ชนิด ขนาด ตำแหน่ง และจำนวนของเนื้องอกมดลูก

ถ้าเป็นมดลูกโตจากเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ นั้นสามารถตั้งครรภ์ได้และการตั้งครรภ์จะทำให้อาการของโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่สงบลงคืออาการปวดท้องประจำเดือนจะหายไป แต่ในทางกลับกันตัวโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่เองก็เป็นสาเหตุนึงของการมีบุตรยากฉะนั้นผู้ป่วยท่านใดที่มีภาวะดังกล่าวก็ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ถ้าเป็นมดลูกโตจากมะเร็งมาก่อนที่จะมีการตั้งครรภ์แพทย์จะแนะนำให้ทำการรักษาตัวโรคมะเร็งให้หายและสงบก่อน มะเร็งบางชนิดหลังจากที่โรคสงบแล้วจะสามารถตั้งครรภ์ได้แต่บางชนิดก็ไม่แนะนำให้ตั้งครรภ์ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญทั้งโรคมะเร็งเองและแพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ก่อนการตัดสินใจตั้งครรภ์

การรักษามดลูกโต

คนไข้ที่มดลูกโตและมีอาการอื่นๆ ที่ค่อนข้างรุนแรง สามารถทำการรักษาได้ด้วยการผ่าตัด ซึ่งปัจจุบันถือเป็นวิธีรักษาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

การรักษาโดยการผ่าตัด แบ่งเป็น 2 แบบ คือ

1. การตัดเฉพาะเนื้องอก (Myomectomy)

เป็นวิธีรักษามดลูกโตที่มักทำในคนไข้รายที่อายุน้อยหรือยังมีความต้องการมีบุตร

โดยสามารถผ่าตัดส่องกล้องหรือผ่าตัดเปิดหน้าท้อง โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น ชนิดและขนาดของเนื้องอก รวมทั้งบริเวณที่เกิดเนื้องอก

2. การตัดมดลูก (Hysterectomy)

การผ่าตัดมดลูกสามารถแบ่งย่อยออกไปได้อีก ได้แก่

  • การผ่าตัดมดลูกและปากมดลูกออกทั้งหมด (Total Hysterectomy) เป็นการผ่าตัดนำเอามดลูกและปากมดลูกซึ่งเป็นทางเข้าสู่มดลูกที่อยู่ติดกับช่องคลอดด้านในสุดออกไปทั้งหมด เป็นวิธีการผ่าตัดมดลูกที่ใช้มากที่สุด
  • การผ่าตัดเฉพาะส่วนของมดลูก (Subtotal Hysterectomy) เป็นการผ่าตัดนำมดลูกออกไปโดยเหลือส่วนของปากมดลูกไว้เช่นเดิม
  • การผ่าตัดนำมดลูก ปากมดลูก ท่อนำไข่ และปีกมดลูกออกไปทั้งหมด (Total Hysterectomy with Bilateral Salpingo-Oophorectomy)
  • การผ่าตัดมดลูกแบบถอนราก (Radical Hysterectomy) เป็นการผ่าตัดนำเอามดลูกและเนื้อเยื่อในบริเวณที่ใกล้เคียง อย่างท่อนำไข่ ปีกมดลูก ต่อมน้ำเหลือง เนื้อเยื่อไขมัน รวมถึงเนื้อเยื่อบางส่วนของช่องคลอดออกไปด้วย วิธีนี้มักถูกนำมาใช้เมื่อต้องการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง

เป็นมดลูกโต ควรกินอะไร ไม่ควรกินอะไร?

ผู้ป่วยที่มีมดลูกโต ไม่ว่าจะสาเหตุอะไรก็ตามก็ ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นหนักในอาหารที่มีกากใยและไฟเบอร์

ควรงดเว้นของที่มีปริมาณไขมันมากๆ หรือของที่พลังงานสูง เนื่องจากจะทำให้น้ำหนักในร่างกายเพิ่มขึ้นแล้วยังทำให้ปริมาณมวลไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้นตาม

ซึ่งจะนำมาถึงระดับฮอร์โมนต่างๆในร่างกายผิดปกติไปได้ ซึ่งฮอร์โมนบางตัวอาจจะทำให้โรคที่เป็นสาเหตุของมดลูกโตกำเริบขึ้น


4 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
ศ. นพ. ธีระ ทองสง, ตำรานรีเวชวิทยา, ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2555.
รศ. ดร. นพ. กิติรัตน์ เตชะไตรศักดิ์, ตำรานรีเวชวิทยา, ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล, 2560.
Lana Barhum, Medically reviewed by Richard N. Fogoros, MD, Signs and Symptoms of an Enlarged Uterus (https://www.verywellhealth.com/enlarged-uterus-signs-symptoms-complications-4174349), 12 November 2019.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป