กองบรรณาธิการ HonestDocs
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HonestDocs
พญ.วรรณวนัช เสถียรธรรมมณี
ตรวจสอบความถูกต้องโดย
พญ.วรรณวนัช เสถียรธรรมมณี

โรคกลัวการเข้าสังคม (Social anxiety disorder)

เผยแพร่ครั้งแรก 24 มี.ค. 2018 อัปเดตล่าสุด 5 มิ.ย. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 16 เม.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • โรคกลัวการเข้าสังคม (Social anxiety disorder) เป็นโรคกลัวชนิดหนึ่ง ซึ่งเกิดจากความหวาดกลัวว่าจะถูกคนรอบข้างมองในแง่ลบ เช่น กลัวว่าตนเองจะทำเรื่องน่าอายต่อหน้าผู้อื่น กลัวการถูกวิพากษ์วิจารณ์จากคนรอบข้าง
  • อาการโรคกลัวสังคมหากมองผิวเผินอาจดูเหมือนอาการตื่นเต้นทั่วไปในคนปกติ แต่ผู้ป่วยโรคนี้จะมีอาการประหม่ามาก เช่น ไม่กล้าสบตาผู้อื่น กลัวการพูดคุย หายใจหอบถี่ และไม่สามารถบังคับตัวเองให้ไม่กลัวการเข้าสังคมได้ ในที่สุดอาการดังกล่าวก็ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
  • โรคกลัวการเข้าสังคมอาจมีสาเหตุจากปัจจัยต่อไปนี้ เช่น ระบบทำงานของสมอง การถ่ายทอดทางพันธุกรรม การประมวลผลเกี่ยวกับการกระทำของตัวเองและการตอบสนองต่อบุคคลอื่น การเผชิญเหตุการณ์เลวร้ายที่ทำให้ฝังใจตั้งแต่วัยเด็ก วิธีเลี้ยงดูของพ่อแม่
  • การรักษาโรคกลัวการเข้าสังคม ได้แก่ การรักษาด้วยจิตบำบัด การรักษาด้วยยา และการฝึกทักษะอื่นๆ ที่จำเป็น เช่น การสร้างสัมพันธภาพกับคนรอบข้าง การผ่อนคลายความ เครียดและความวิตกกังวล
  • โรคกลัวการเข้าสังคมแม้จะสามารถเป็นได้ตั้งแต่เด็ก แต่หากยอมรับในความผิดปกติที่เกิดขึ้นและตัดสินใจเข้ารับการรักษา โรคนี้ก็สามารถรักษาให้หายได้และไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก (ดูแพ็กเกจปรึกษาจิตแพทย์ได้ที่นี่)

คุณอาจเคยเห็นคนรอบตัวบางคนที่มักจะปลีกตัวออกจากสังคม ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น รวมถึงมีอาการประหม่าอยู่เสมอเมื่อต้องอยู่ในสถานที่ที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คน 

คนเหล่านั้นมักถูกเข้าใจผิดว่า เป็นคนขี้อาย หรือไม่ชินกับการแสดงออกต่อหน้าคนหมู่มากเท่านั้น ซึ่งความจริงแล้ว ยังมีโรคอีกชนิดหนึ่งซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมดังกล่าวได้ นั่นก็คือ "โรคกลัวการเข้าสังคม"

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปรึกษาสุขภาพจิต วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 855 บาท ลดสูงสุด 345 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Internal ads h46

ความหมายของโรคกลัวการเข้าสังคม

โรคกลัวการเข้าสังคม (Social anxiety disorder) เป็นโรคกลัวชนิดหนึ่ง เกิดจากความหวาดกลัวว่า จะถูกคนรอบข้างมองในแง่ลบ เช่น 

  • กลัวว่า ตนเองจะทำเรื่องน่าอับอายต่อหน้าผู้อื่น 
  • กลัวว่า จะทำผิดพลาดและถูกต่อว่า 
  • กลัวการถูกวิพากษ์วิจารณ์จากคนรอบข้าง 

อาการเหล่านี้ หากมองผิวเผินอาจดูเหมือนอาการตื่นเต้นทั่วไปในคนปกติ แต่ผู้ป่วยโรคนี้จะมีอาการประหม่ามาก ไม่สามารถบังคับตนเองให้ไม่กลัวการเข้าสังคมได้ นั่นจึงทำให้ผู้ป่วยมักพยายามหลีกเลี่ยงการเข้าสังคมและมีความกลัวถึงขั้นส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน 

สาเหตุของโรคกลัวการเข้าสังคม

คาดว่าโรคกลัวการเข้าสังคมอาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยเหล่านี้ 

  • ระบบการทำงานของสมอง 
  • การถ่ายทอดทางพันธุกรรม 
  • การประมวลผลเกี่ยวกับการกระทำของตนเอง และการตอบสนองต่อบุคคลอื่น 
  • ผู้ป่วยบางรายอาจเป็นโรคนี้จากการเผชิญเหตุการณ์เลวร้ายที่ทำให้ฝังใจตั้งแต่วัยเด็ก 
  • วิธีการเลี้ยงดูของพ่อแม่
  • ลักษณะบุคลิกภาพส่วนตัวที่เสี่ยงทำให้เกิดโรคกลัวการเข้าสังคม

อาการของโรคกลัวการเข้าสังคม

ผู้ที่เข้าข่ายเป็นโรคกลัวการเข้าสังคมจะมีความขี้อายเกินกว่าคนปกติ เช่น ไม่กล้าสบตากับใครขณะพูด หวาดกลัวการพูดคุย หรือเข้าหาผู้อื่น ไม่อยากไปในที่ที่ต้องเข้าสังคม หรือมีคนจำนวนมาก เช่น ห้างสรรพสินค้า งานเลี้ยง ไม่อยากไปโรงเรียน หรือไปทำงานในบริษัทที่มีคนเยอะๆ

นอกจากนี้โรคกลัวการเข้าสังคมยังมักจะมีอาการสืบเนื่องมาตั้งแต่วัยเด็ก หรือวัยรุ่น ซึ่งไม่ได้รับการรักษา หรือเยียวยาตั้งแต่เวลานั้น จนอาการลุกลามมาจนถึงวัยผู้ใหญ่

อาการที่บ่งบอกถึงโรคกลัวการเข้าสังคมสามารถสังเกตได้ ดังนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปรึกษาสุขภาพจิต วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 855 บาท ลดสูงสุด 345 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Internal ads h46

1. ความผิดปกติที่แสดงออกทางอารมณ์และความคิด

  • รู้สึกประหม่าและหวาดกลัวทุกครั้งที่ต้องพูดคุยกับคนอื่น หรือพูดไม่ออกเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น
  • วิตกกังวลเป็นอย่างมากว่าคนรอบตัวจะคิดอย่างไรกับตนเองและหวาดกลัวว่า คนรอบตัวจะวิพากษ์วิจารณ์ตนเองไปต่างๆ นาๆ
  • เกิดความเครียดล่วงหน้าเป็นวัน หรือเป็นสัปดาห์ เมื่อรู้ว่า ต้องปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน หรือต้องไปอยู่ในสถานการณ์ที่เจอคนเยอะๆ
  • กลัวว่า ตนเองจะแสดงความขายหน้าออกไปให้คนอื่นเห็น และต้องรู้สึกอับอาย
  • กลัวคนอื่นจะจับสังเกตได้ว่า ตนกำลังรู้สึกประหม่าอยู่

2. ความผิดปกติที่แสดงออกทางร่างกาย

  • อาย หน้าแดง เขินจนบิด 
  • ไม่กล้าสบตา  
  • หายใจหอบถี่และเร็ว
  • รู้สึกปั่นป่วนในท้อง บางรายถึงกับอาเจียน  
  • เสียงสั่น พูดตะกุกตะกัก  
  • ใจเต้นแรง 
  • แน่นหน้าอก  
  • อยู่นิ่งไม่ได้ 
  • เหงื่อออกมาก
  • หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ

3. ความผิดปกติที่แสดงออกทางพฤติกรรม

  • ชอบปลีกตัวไปหลบอยู่คนเดียวบ่อยๆ เพราะกลัวการเผชิญหน้ากับผู้อื่น
  • มนุษยสัมพันธ์ค่อนข้างต่ำ สานสัมพันธ์ไม่เก่ง และรักษาความเป็นเพื่อนกับผู้อื่นไว้ได้ยาก
  • ไม่กล้าทำอะไรด้วยตนเองโดยลำพัง จำเป็นต้องมีเพื่อนอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม
  • ไม่กล้าแสดงออกขั้นรุนแรง 
  • ในผู้ใหญ่บางรายอาจต้องดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนที่จะไปเผชิญหน้ากับผู้คน โดยเชื่อว่า จะทำให้มีความกล้ามากขึ้น

ผลกระทบของโรคกลัวการเข้าสังคม

  • เป็นอุปสรรคต่อการเรียนและการงาน เช่น 
    • ไม่กล้าแสดงออกในที่ประชุม หรือหน้าชั้นเรียน 
    • ไม่กล้าไปสัมภาษณ์งาน 
    • ลังเลและกดดันเป็นพิเศษที่จะตัดสินใจรับตำแหน่ง หรือทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 
    • มีปัญหาในการติดต่อประสานงานกับหัวหน้า หรือเพื่อนร่วมงาน 
    • ไม่มีความสุขกับการเรียนและการทำงาน 
  • มีปัญหาในการสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบเพื่อน หรือคนรัก ทำให้อาจคบหากับใครได้ไม่นาน ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ หรือสังคมใหม่ๆ ได้ ไม่กล้าเปิดใจรับใครเข้ามาในชีวิต และไม่กล้าแสดงความคิดเห็นร่วมกับผู้อื่น 
  • เสียโอกาสในการได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หรือพบเจอคนใหม่ๆ ทำให้ไม่ได้พัฒนาตนเองอย่างที่ควรจะเป็น รวมทั้งพลาดโอกาสดีๆ ในชีวิต 

การรักษาโรคกลัวการเข้าสังคม

สิ่งสำคัญของการรักษาโรคกลัวการเข้าสังคมคือ ผู้ป่วยต้องตระหนักถึงความผิดปกติที่กำลังเกิดขึ้นกับตนเอง และพร้อมที่จะเข้ารับการบำบัดรักษา เพราะโรคนี้สามารถรักษาให้หายได้ หากได้รับการบำบัดอย่างต่อเนื่อง

1. การรักษาด้วยจิตบำบัด 

ถือเป็นแนวทางการรักษาหลักสำหรับโรคนี้ เทคนิคที่นิยมใช้และได้ประสิทธิภาพที่สุดในตอนนี้คือ "การบำบัดแบบปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavior Therapy: CBT)" 

เทคนิคการบำบัดนี้เป็นการบำบัดเพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการรับรู้ (ความคิด) และพฤติกรรมหรือการกระทำของผู้ป่วย เข้ากับอาการกลัวและวิตกกังวล

เทคนิคการบำบัดนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถระบุสาเหตุของอาการกลัวได้ รวมถึงเรียนรู้วิธีแก้ไขปรับเปลี่ยนความคิด และการกระทำที่ก่อให้เกิดความวิตกกังวลหรือความกลัวขึ้นได้

2. การรักษาด้วยยา

ส่วนมากจิตแพทย์จะสั่งยาลดอาการซึมเศร้า (Antidepressants) และยาระงับความวิตกกังวล (Anti Anxiety) ให้กับผู้ป่วย ระดับความรุนแรงของยาที่ใช้จะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการในผู้ป่วยแต่ละราย แต่จิตแพทย์จะใช้การรักษาด้วยยาเป็นแนวทางการรักษารอง หากใช้การรักษาแบบจิตบำบัดแล้วไม่ได้ผล 

เนื่องจากการใช้ยาเหล่านี้อาจส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดภาวะติดยา และเมื่อหยุดใช้ยาก็อาจกลับมาเป็นโรคนี้ซ้ำได้อีก

3. การฝึกทักษะอื่นๆ ที่จำเป็น  

เช่น ทักษะการสร้างสัมพันธภาพกับคนรอบข้าง ทักษะการผ่อนคลายความเครียดและความวิตกกังวล ทักษะการพูดต่อหน้าสาธารณะ ทักษะการเผชิญหน้ากับสิ่งใหม่ๆ เพื่อให้ผู้ป่วยรับมือกับสถานการณ์ที่ตนเคยหวาดกลัวได้ 

โรคกลัวการเข้าสังคมแม้จะสามารถเป็นได้ตั้งแต่เด็ก แต่หากยอมรับในความผิดปกติที่เกิดขึ้นและตัดสินใจเข้ารับการรักษา โรคนี้ก็สามารถรักษาให้หายได้และไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก 

ดูแพ็กเกจปรึกษาจิตแพทย์ เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจต่างๆ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @hdcoth และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


3 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Smitha Bhandari, MD, What Is Social Anxiety Disorder? (https://www.webmd.com/anxiety-panic/guide/mental-health-social-anxiety-disorder#1), 20 March 2020.
Mayo Clinic Staff, Social anxiety disorder (social phobia) (https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/social-anxiety-disorder/symptoms-causes/syc-20353561), 20 March 2020.
Anxiety and depression association of America, Social Anxiety Disorder (https://adaa.org/understanding-anxiety/social-anxiety-disorder), 20 March 2020.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆ ที่เกี่ยวกับอาการนี้
ใจสั่นผิดปกติค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
เวลานอนหลับตอนกลางคืน รู้สึกเหมือนสมองทำงานตลอดเวลาไม่ได้หลับ ตื่นมาปวดหัว เหนื่อย เพลีย อยากนอนต่อ เป็นเพราะอะไรและมีผลอะไรไหมคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
มีอาการมือสั่นปากสั่นเวลาเครียดหรือวิตกกังวล อาการเหล่านี้มีผลรุงแรงต่อสมองมั้ยค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
ช่วงนี้มีอาการนอนไม่ค่อยหลับและชอบตื่นกลางดึง พอตื่นขึ้นก็จะนอนไม่หลับเลย ทั้งที่ก็รู้สึกว่าตัวเองทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
การที่เราเป็นอะไรซ้ำๆหลายๆครั้ง...ควรทำอย่างไรดี...มันทรมานมาก..
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
อยากให้ลูกออกมาเลี้ยงง่ายๆ ไม่ร้องไห้เวลากลางคืนต้องทำอย่างไร
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
หากคุณยังมีคำถาม ส่งคำถามให้คุณหมอตอบได้ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม