ความสุข

ขายของออนไลน์อย่างไรไม่เสี่ยงคุก (ตอนที่ 1/3)

เผยแพร่ครั้งแรก 27 มิ.ย. 2018 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 5 นาที
ขายของออนไลน์อย่างไรไม่เสี่ยงคุก (ตอนที่ 1/3)

จากที่มีข่าวครึกโครมเกี่ยวกับการจับกุมเครือข่ายเมจิกสกิน นอกจากจะทำให้ผู้บริโภคตื่นตัวแล้ว ยังทำให้ผู้ขายบางรายตื่นเต้นไปด้วย ว่าจะมีหมายเรียกหรือหมายจับมาถึงตัวกับเค้าบ้างหรือไม่

มีหลาย ๆ บทความที่เน้นการสร้างภูมิคุ้มกันทางความรู้ให้กับผู้บริโภค เพื่อไม่ให้ถูกหลอกไปซื้อหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือมีการอวดอ้างเกินจริง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

แต่บทความนี้ขอเน้นการสร้างภูมิคุ้มกันทางความรู้ให้กับผู้ขายบ้าง โดยเฉพาะมือใหม่หัดขายผลิตภัณฑ์สุขภาพ ไม่ให้ทำผิดกฎหมาย จะได้ไม่ต้องเสียเงินจ่ายค่าปรับหรือถูกจับไปนอนคุกนะคะ

ในยุคนี้ ใคร ๆ ก็เป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ได้ง่ายแค่ปลายนิ้ว ทำให้มีผู้ขายจำนวนมาก ทั้งหน้าเก่าเจ้าประจำ รวมไปถึงหน้าใหม่แต่ใจรัก วนเวียนเข้ามาหาช่องทางรวยด้วยสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ทั้งเฟสบุ้ค, อินสตราแกรม, ทวิตเตอร์, ไลน์ และอีกหลากหลายนับไม่ถ้วน

และสินค้ายอดนิยมที่มาแรงแซงทุกโค้ง หรือหลุดโค้งแหกโค้งไปก็ไม่น้อย (ฮ่า) เชื่อเลยว่าหนีไม่พ้นผลิตภัณฑ์สุขภาพต่าง ๆ โดยเฉพาะอาหารเสริม, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องสำอาง

แม้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะดูไม่มีพิษภัย ซื้อได้ง่ายขายได้คล่อง แต่ต้องทำให้ถูกหลักการนะคะ มิฉะนั้นวันดีคืนดีในการกอบโกยเงินทอง อาจเปลี่ยนเป็นวันร้ายคืนร้าย ที่ผู้ขายจะกลายเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว

แล้วจะเลือกสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพมาขายอย่างไรจึงจะเหมาะสม และส่งเสริมการขายอย่างไรจึงจะไม่มีปัญหา เนื่องจากเนื้อหายาวมากกกกกกก... จึงขอแบ่งออกเป็น 3 ตอน แนะนำว่าควรไปรับประทานข้าวปลาอาหารให้เรียบร้อยก่อนนะคะ จะได้ไม่หิวจนเป็นลมไปซะก่อนที่จะอ่านจบ (ฮ่า) เสร็จแล้วก็ตามมาดูกันเลยค่ะ

โทษตามกฎหมายที่ผู้ขายต้องทราบ

อาหารเสริมและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องมีเลขสารบบอาหาร หรือเลข อย. นะคะ ดังนั้น หากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่ผ่านการขึ้นทะเบียน หรือมีการสวมทะเบียนปลอม จะถือเป็นอาหารปลอมค่ะ ซึ่งผู้จำหน่ายจะมีโทษตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 25(2) และรับโทษตามมาตรา 59 คือ จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน – 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 – 100,000 บาท และอาจมีโทษจำคุก หรือปรับ หรือทั้งจำและปรับเพิ่มขึ้น หากมีการตรวจสอบพบว่าเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์หรือเป็นอาหารผิดมาตรฐาน 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

ส่วนเครื่องสำอางนั้น แม้ขั้นตอนในการขออนุญาตผลิตจะไม่เข้มข้นเท่ากับยาหรืออาหาร แต่มือใหม่หัดขายก็อย่าชะล่าใจนะคะ เพราะที่เห็นว่าเรียบ ๆ แต่ข้อหาพี่เพียบนะจ๊ะ (ฮ่า)  

โทษของผู้ขายตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ.2558 มีดังนี้

  • มาตรา 72 ผู้ใดขายเครื่องสำอางที่ผลิตหรือใช้ภาชนะบรรจุไม่ถูกสุขลักษณะอันอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ หรือเครื่องสำอางที่มีสารอันสลายตัวได้รวมอยู่ด้วยและอาจทำให้เกิดเป็นพิษอันเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • มาตรา 73 ผู้ใดขายเครื่องสำอางที่มีสิ่งที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้เจือปนอยู่ด้วยต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • มาตรา 74 ผู้ใดขายเครื่องสำอางที่มีวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • มาตรา 75 ผู้ใดขายเครื่องสำอางที่ใช้ฉลากแจ้งชื่อผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือแหล่งผลิตที่มิใช่ความจริง หรือเครื่องสำอางซึ่งมีสารสำคัญขาดหรือเกินกว่าร้อยละยี่สิบตามที่จดแจ้งไว้ต่อผู้รับจดแจ้งหรือตามที่ระบุไว้ในฉลาก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • มาตรา 76 ผู้ใดขายเครื่องสำอางที่ใช้วัตถุอย่างหนึ่งอย่างใดที่ทำเทียมขึ้นเป็นสารสำคัญของเครื่องสำอางนั้น หรือเป็นเครื่องสำอางที่ไม่มีสารสำคัญตามที่ได้จดแจ้งไว้ต่อผู้รับจดแจ้งหรือตามที่ระบุไว้ในฉลาก หรือเครื่องสำอางที่แสดงว่าเป็นเครื่องสำอางที่ได้จดแจ้งไว้ซึ่งมิใช่ความจริงต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • มาตรา 77 ผู้ใดขายเครื่องสำอางผิดมาตรฐาน (เครื่องสำอางซึ่งมีสาระสำคัญขาดหรือเกินกว่าที่ได้จดแจ้งไว้ต่อผู้รับจดแจ้งหรือที่ระบุไว้ในฉลาก เกินเกณฑ์ค่าคลาดเคลื่อนที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่ไม่ขาดหรือเกินกว่าร้อยละยี่สิบ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
  • มาตรา 78 ผู้ใดขายเครื่องสำอางที่มิได้จดแจ้ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท
  • มาตรา 79 ผู้ใดขายเครื่องสำอางที่หมดอายุการใช้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท
  • มาตรา 82 ผู้ใดขายเครื่องสำอางที่ถูกเพิกถอนการจดแจ้งเนื่องจาก
  • มีชื่อ ประเภท ชนิด หรือคุณลักษณะของเครื่องสำอางที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือขาย ตามที่รัฐมนตรีประกาศ 
  • เป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย
  • เป็นเครื่องสำอางที่ผู้จดแจ้งได้เปลี่ยนหรือเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ในการใช้ หรือคุณประโยชน์ของเครื่องสำอางเป็นยา อาหาร วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ยาเสพติดให้โทษ วัตถุอันตราย หรือเครื่องมือแพทย์ (ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 300,000 บาท)
  • มาตรา 83 ผู้ใดขายเครื่องสำอางที่ถูกเพิกถอนการจดแจ้ง เนื่องจากผู้จดแจ้งผลิตหรือนำเข้าเครื่องสำอางไม่ตรงตามที่ได้จดแจ้งไว้ หรือผู้จดแจ้งไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการผลิตและนำเข้าเครื่องสำอางตามที่รัฐมนตรีประกาศ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน และปรับไม่เกิน 50,000 บาท

อื้อฮือ... อย่างเยอะ!!! จัดหนักขนาดนี้ไปขายน้ำเต้าหู้กะปาท่องโก๋ดีกว่ามั้ย?!? (ฮ่า)

การตรวจสอบผลิตภัณฑ์

จะเห็นได้ว่าไม่ใช่แค่ความรวยเท่านั้นที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ว่าคุกก็อยู่แค่เอื้อมเช่นกันถ้าทำผิดกฎหมาย ดังนั้น มือใหม่หัดขายจึงต้องตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่สนใจก่อนนะคะว่ามีการขอขึ้นทะเบียนถูกต้องแล้วหรือยัง โดยเข้าไปที่ http://porta.fda.moph.go.th/FD...

แล้วพิมพ์ชื่อผลิตภัณฑ์ที่สนใจ หรือเลข อย. (สำหรับอาหารและยา) หรือเลขที่จดแจ้ง (สำหรับเครื่องสำอาง) ลงในช่องว่าง จากนั้นก็กดค้นหานะคะ 

ตรวจสอบชื่อผลิตภัณฑ์ที่ปรากฏ และเลข อย. หรือเลขที่จดแจ้ง ที่ได้รับมาจาก“บอส” หรือ“แม่” หรือสรรพนามแทนตัวอื่นใดก็ตามที่จะใช้เรียกผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่นั่นแหละค่ะ ว่ามีข้อมูลตรงกันกับที่มีในฐานข้อมูลที่สืบค้นหรือไม่

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

หากมีข้อมูลแสดงในฐานข้อมูล และตรงกันกับที่ได้รับมาอย่างไม่ผิดเพี้ยน ก็สบายใจไปเปลาะหนึ่งก่อนว่าอย่างน้อยผลิตภัณฑ์ที่ต้องการนำมาขายก็มีการขออนุญาตผลิตอย่างถูกต้อง ไม่ได้เป็นผลิตภัณฑ์เถื่อนที่หาที่มาไม่ได้ แต่ผลิตภัณฑ์นั้นจะดีหรือมีคุณภาพคับแก้วคับกล่องจริงหรือไม่ จะแอบปลอมปนสารอันตรายอื่นใดลงไปในภายหลังหรือเปล่า ก็ต้องติดตามกันต่อไปด้วยใจระทึก ตึ้กตั้ก... ตึ้กตั้ก... และ ตึ้กตั้ก... (ฮ่า)

อย่างไรก็ตาม อย่าลืมเหลือบตาแลดู “ประเภทของผลิตภัณฑ์” ที่อยู่ด้านซ้ายสุดของตารางด้วยนะคะว่าเป็น “อาหาร” หรือ “เครื่องสำอาง” แต่ต้องไม่ใช่ “ยา” เพราะผู้ที่จะค้ายา เอ๊ย!ขายยา (ที่ไม่ใช่ยาสามัญประจำบ้าน) ได้ จะต้องเป็นเภสัชกรที่มีใบประกอบวิชาชีพ และมีใบอนุญาตขายยาเรียบร้อยแล้วเท่านั้นนะคะ

การตรวจสอบระบบการขาย

ต้องพิจารณาค่ะว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เน้นการขายตรงให้กับผู้บริโภคที่แท้ทรู หรือเน้นให้หาลูกทีมต่อกันไปเรื่อย ๆ เป็นเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ยุค 4.0 

เพราะหากเข้าข่ายว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ แถมผลิตภัณฑ์ยังเป็นสินค้าปลอม อาจพ่วงโทษฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนเข้าไปอีกเด้ง ก็จะได้เซ็งกันหนักเลยล่ะทีเนี้ย!

หากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีคุณภาพดีจริง ย่อมจะมีการเน้นที่ผลการใช้ ไม่ใช่เน้นที่ภาพคนขายกับเงินทองกองใหญ่หรือรถหรู (ของใครก็ไม่รู้) เพราะฉะนั้น เวลาที่เห็นภาพที่สื่อถึงการ “ปลุกความโลภในตัวคุณ” แบบนี้ ต้องฉุกคิดแล้วค่ะว่า ถ้าของดีจริงและขายดีจริง ๆ ทำไมเค้าถึงอยากให้คนอื่น ๆ มาซื้อไปขายแข่งและแย่งลูกค้าของตัวเอง

พ่อค้าแม่ค้ามือใหม่อยากรวยน่ะเข้าใจ แต่ต้องไม่โลภจนขาดการไตร่ตรองนะคะ

บทความ Sell Smart ขายของออนไลน์อย่างไรไม่เสี่ยงคุกต่อ...

  1. ตอนที่ 1: สร้างภูมิคุ้มกันทางความรู้ให้กับผู้ขาย จะได้ไม่ต้องเสียเงินจ่ายค่าปรับหรือถูกจับไปนอนคุก
  2. ตอนที่ 2: การขายยาที่ไม่ใช่ยาสาโดยผู้ที่ไม่ใช่เภสัชกร ตามช่องทางสื่อออนไลน์ มีความเสี่ยงที่จะผิดกฎหมาย
  3. ตอนที่ 3: การโฆษณาหรือส่งเสริมการขายอย่างถูกต้องและเหมาะสม



1 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
7 Questions Before You Buy Contacts Online. All About Vision. (https://www.allaboutvision.com/buysmart/buying-contacts-online.htm)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
หากผิวหนัง เกิดอาการแพ้เครื่องสำอาง จะมีวิธีป้องกันได้อย่างไรบ้าง
หากผิวหนัง เกิดอาการแพ้เครื่องสำอาง จะมีวิธีป้องกันได้อย่างไรบ้าง

เครื่องสำอางกับเวชสำอางต่างกันอย่างไร เมื่อใช้แล้วเกิดอาการแพ้ ผื่นคัน ผิวแห้งลอก ต้องทำอย่างไร

สารอะไรในเครื่องสำอางที่ทำให้แพ้ได้
สารอะไรในเครื่องสำอางที่ทำให้แพ้ได้

เช็กกันหรือยัง ในเครื่องสำอางที่คุณใช้ มีสารต้องห้ามประกอบอยู่หรือเปล่า